
มาเลย์หันลุยอาร์เซ็ป
มาเลเซียปรับแผนหันมาให้ความสำคัญอาร์เซ็ปพร้อมไล่เจรจาทวิภาคีรายประเทศที่เป็นตลาดใหม่แทนทีพีพีที่ล้มไป
มาเลเซียปรับแผนหันมาให้ความสำคัญอาร์เซ็ปพร้อมไล่เจรจาทวิภาคีรายประเทศที่เป็นตลาดใหม่แทนทีพีพีที่ล้มไป
น.ส.พัดชา วุฒิพันธ์ุ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เปิดเผยว่า ทางมาเลเซียได้เตรียมรับมือหลังจากที่สหรัฐอเมริกาประกาศล้มความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) โดยหันไปให้ความสำคัญกับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) มากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อประเทศไทยที่จะมีแนวร่วมในการผลักดันการเจรจาอาร์เซ็ปให้มีความคืบหน้าหรือได้ข้อสรุปโดยเร็ว
“มาเลเซียมองว่าอาร์เซ็ปจะเป็นช่องทางสำคัญของมาเลเซียในการขยายมูลค่าการค้าแทนทีพีพีที่ล้มไป เพราะเชื่อว่าการเดินนโยบายเศรษฐกิจแบบเปิดและการขยายตัวของการค้าจะช่วยให้มาเลเซียสามารถอยู่รอดได้ แม้ว่าจะไม่มีความมั่นคงเรื่องทีพีพีภายหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่” น.ส.พัดชา กล่าว
ทั้งนี้ มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของมาเลเซียในช่วง 9 เดือนของปีนี้ (ม.ค.-ก.ย. 2559) มีมูลค่ารวม 1.77 ล้านล้านริงกิต เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่ารวม 1.07 ล้านล้านริงกิต สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการค้าของมาเลเซีย และหากอาร์เซ็ปได้ข้อสรุปเร็วก็จะช่วยลดผลกระทบจากการล้มทีพีพีได้
อย่างไรก็ดี แม้ทีพีพีจะมีปัญหา แต่มาเลเซียก็ยังคงมองในแง่ดีว่า จะทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของมาเลเซียได้มีเวลาในการเตรียมตัวรับมือการแข่งขันจากต่างประเทศ รวมทั้งการออกไปแข่งขันในตลาดโลก ทำให้ภาคอุตสาหกรรมของมาเลเซียมีความเข้มแข็งขึ้น และพร้อมที่จะแข่งขันในทุกเวทีการค้าที่เกิดขึ้นจากการเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อีกทั้งยังพร้อมในการบุกตลาดที่มีศักยภาพเช่น รัสเซีย กลุ่มประเทศในแถบละตินอเมริกาและแอฟริกา
น.ส.พัดชา แนะนำว่า เมื่อมาเลเซียปรับตัวเช่นนี้ ไทยเองก็ควรเร่งเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศให้สามารถปรับตัวรับการเข้าร่วมอาร์เซ็ปให้ได้ รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้าและบริการของไทย ตลอดจนหาช่องทางการค้าและการลงทุนใหม่ๆ ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาร์เซ็ป
“แม้ว่าจะไม่มีทีพีพี แต่ก็คาดว่ามาเลเซียจะยังคงเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์กับสหรัฐและประเทศสมาชิกทีพีพี โดยเฉพาะตลาดที่มาเลเซียยังไม่มีเอฟทีเอด้วยผ่านช่องทางอื่นหรือผ่านการเจรจากรอบทวิภาคีเป็นรายประเทศแทนได้ ซึ่งไทยก็ยังนิ่งนอนใจไม่ได้ ต้องเตรียมพร้อมรับมือไว้เช่นกัน” น.ส.พัดชา กล่าว







