
หนุนนวัตกรรมการผลิต
เอกชนเตรียมถกกระทรวงวิทย์ ผลักดันคูปองนวัตกรรมใหม่ กระตุ้นลงทุนอุตสาหกรรม 4.0
เอกชนเตรียมถกกระทรวงวิทย์ ผลักดันคูปองนวัตกรรมใหม่ กระตุ้นลงทุนอุตสาหกรรม 4.0
นายขัติยา ไกรกาญจน์ ประธานบริหารสถาบันวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในเดือน พ.ย. นี้ เตรียมเข้าหารือกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องโครงการคูปองนวัตกรรม เพื่อให้มีการส่งเสริม การทำกระบวนการนวัตกรรมในการผลิตสินค้า สามารถเข้าร่วมคูปองนวัตกรรมได้ด้วย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการเข้าร่วมโครงการ คูปองนวัตกรรม จะต้องเป็นสินค้าที่มีนวัตกรรม หรือมีงานวิจัยที่เป็นนวัตกรรม จึงจะได้รับการส่งเสริม แต่ในกระบวนการผลิตต่างๆ ของภาคเอกชน ส่วนใหญ่จะมีนวัตกรรมด้วยเช่นกัน ทำให้มีผู้ประกอบการไทยประมาณ 10% ที่มีกระบวนการผลิตนวัตกรรม เมื่อยื่นเรื่องเสนอต่อ สนช. แต่ไม่ได้รับการส่งเสริม ซึ่งกระบวนการผลิตที่เป็นนวัตกรรมถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0
“ในขณะนี้ภาคเอกชนไทย เริ่มมีการลงทุนปรับกระบวนการผลิตบางส่วน เข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 แล้ว โดยเป็นการทยอยลงทุนแต่ไม่ได้ลงทุนทั้งหมดในโรงงานเพื่อประเมินสถานการณ์และจุดคุ้มทุนต่างๆ ซึ่งการลงทุนปรับการผลิตบางส่วนสู่อุตสาหกรรม 4.0 คาดว่าจะใช้เวลาคืนทุนประมาณ 2-3 ปี หรือแล้วแต่ภาคอุตสาห กรรม” นายขัติยา กล่าว
สำหรับภาพรวมโครงการคูปองนวัตกรรม ที่มีงบส่งเสริมจำนวน 500 ล้านบาทนั้น ในขณะนี้มีภาคเอกชนขอเข้ารับการส่งเสริมร่วมโครงการแล้วในสัดส่วน 50% ถือว่ามีความต้องการใช้ผลิตสินค้าที่มีนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารสูงสุด รองลงมาจะเป็นกลุ่มพลังงานทดแทน และกลุ่มเครื่องมือแพทย์ ถือว่าสอดคล้อง
กับนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมนี้
นายขัติยา กล่าวต่อว่า คูปองนวัตกรรม งบประมาณรวม 500 ล้านบาท จะให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ วงเงินรวมสูงสุดไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และผู้ประกอบการจะต้องลงทุนเอง 5 แสนบาท ซึ่งในโครงการมีหน่วยงานพันธมิตรส่งเสริมทั้ง ส.อ.ท. และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
รายงานข่าว ระบุว่า สนช.ได้อนุมัติโครงการคูปองนวัตกรรม ระยะ 2 รวมทั้งสิ้น 195 โครงการ วงเงินกว่า 165.7 ล้านบาท เป็นกลุ่มด้านเกษตร 21 โครงการ กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 36 โครงการ กลุ่มอุตสาหกรรมเดิม (ไม่รวมอาหาร) 43 โครงการ กลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต 51 โครงการ และกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ (ท่องเที่ยว สื่อสาร โทรคมนาคม โลจิสติกส์) 44 โครงการ







