
กสิกรชี้ "ทรัมป์" นั่งปธน.สหรัฐกระทบหุ้นไทย-เอเชียไม่มาก
บลจ.กสิกรไทย แนะลงทุนหลังเลือกตั้งสหรัฐ เชียร์หุ้นไทย-เอเชีย-อาเซียน คาดตราสารหนี้ไทยเคลื่อนไหวกรอบแคบๆ
บลจ.กสิกรไทย แนะลงทุนหลังเลือกตั้งสหรัฐ เชียร์หุ้นไทย-เอเชีย-อาเซียน คาดตราสารหนี้ไทยเคลื่อนไหวกรอบแคบๆ
นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อยู่เหนือความคาดหมายของตลาด จะส่งผลให้การลงทุนผันผวนในระยะสั้น จากความไม่แน่นอนในนโยบายเศรษฐกิจจนกว่านายโดนัลด์ ทรัมป์จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในเดือนม.ค.ปีหน้า
สำหรับนโยบายที่นายทรัมป์ใช้หาเสียงเรื่องมาตรการลดภาษีเงินได้และการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนด้านเศรษฐกิจในระยะสั้น ขณะที่ในระยะกลางถึงยาว นโยบายบางอย่าง อาทิ นโยบายขาดดุลการคลังและการกีดกันแรงงานต่างด้าว จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯเพิ่มสูงขึ้น ส่วนนโยบายทางการค้าที่ต้องการลดความสำคัญของจีนและเม็กซิโก อาทิ การเก็บภาษีนำเข้าจากจีน คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการค้าทั่วโลกเนื่องจากจีนถือเป็นศูนย์กลางการผลิตหลักของโลก
ด้านมุมมองการลงทุน ในส่วนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ แนะนำให้รอประเมินสถานการณ์และชะลอลงทุนเพิ่ม เนื่องจากราคาหุ้นค่อนข้างแพง กำไรบริษัทจดทะเบียนเริ่มจำกัด ส่วนตลาดหุ้นเอเชียคาดว่าจะได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ผู้ลงทุนสามารถอาศัยจังหวะเข้าลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียและอินเดีย ขณะที่ราคาทองคำในระยะยาวจะถูกกดดันจากค่าเงินสหรัฐฯที่มีแนวโน้มแข็งค่าหากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่ในระยะสั้นสามารถซื้อขายทำกำไรได้เนื่องจากราคายังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบล่าง แต่หากรับความผันผวนในระยะสั้นได้ แนะนำลงทุนในกองทุนผสมที่มีนโยบายกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ เพื่อลดความเสี่ยง
นายวศิน กล่าวว่า ส่วนผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยและอาเซียนคาดว่าค่อนข้างจำกัด แม้ตลาดเกิดใหม่อาจกังวลเงินลงทุนไหลกลับสหรัฐฯ หากค่าเงินสหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นรวดเร็ว ซึ่งจากความไม่ชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนที่มีอยู่สูง มองว่า ในระยะสั้นค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อาจไม่แข็งค่าขึ้นเร็วมาก ประกอบกับสภาพคล่องทั่วโลกที่มีอยู่สูงยังเป็นปัจจัยส่งเสริมการลงทุนในตลาดหุ้นไทยและอาเซียน โดยปัจจัยที่ต้องติดตามคือ มาตรการการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลให้ประเทศในอาเชียนต้องพึ่งพาการบริโภคในประเทศที่มากขึ้น
ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทยยังคงมุมมองเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปลายปี 2559 อยู่ที่ระดับ 1,550 และเป้าหมายกลางปี 2560 อยู่ที่ 1,640 จุด โดยนักลงทุนสามารถเข้าสะสมหุ้นไทยและหุ้นอาเซียนได้ ซึ่งกลยุทธ์การลงทุนของบลจ.กสิกรไทย จะเน้นหุ้นรายตัวให้น้ำหนักในกลุ่มอุตสาหกรรมที่พึ่งพิงการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่มากจากนโยบายทางการค้าของสหรัฐฯที่อาจเปลี่ยนแปลง และน่าจะได้รับประโยชน์จากความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลประเทศต่างๆ จะใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อชดเชยการส่งออกที่อาจจะชะลอตัวลงในระยะถัดไป นอกจากนี้ยังสนใจหุ้นบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่ส่วนใหญ่เติบโตตามการบริโภคในประเทศเป็นหลัก รวมถึงมีโอกาสเติบโตได้ดีกว่าหุ้นขนาดใหญ่
ด้านมุมมองต่อตลาดตราสารหนี้ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของไทยจะยังทรงตัวต่อเนื่องอย่างน้อยไปจนถึงกลางปี 2560 เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำและสภาพคล่องในระบบที่มีอยู่สูงมากจากนโยบายผ่อนคลายทางการเงินของประเทศหลัก โดยคาดว่า อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ใน1-2 เดือนข้างหน้า จะปรับตัวในช่วงแคบ ๆ ที่ +0.15% ถึง -0.15% โดยผู้ลงทุนที่รับความผันผวนของมูลค่าหน่วยลงทุนในระยะสั้นได้ อาจเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะกลางถึงยาว เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่ากองทุนในกลุ่มตลาดเงินและตราสารหนี้ระยะสั้น
ภาพ....เอเอฟพี







