
นายกฯสั่งคลังเพิ่มงบลงทุน
นายกฯ กำชับคลังหาช่องลดรายจ่ายประจำ เพิ่มงบลงทุนภาครัฐ “อภิศักดิ์” ทำใจเอกชนไม่ลงทุน
โพสต์ทูเดย์ - นายกฯ กำชับคลังหาช่องลดรายจ่ายประจำ เพิ่มงบลงทุนภาครัฐ “อภิศักดิ์” ทำใจเอกชนไม่ลงทุน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจการทำงานของกระทรวงการคลัง เพื่อให้เป็นไปตามแผนโรดแมปของรัฐบาล ทั้งการดูแลเศรษฐกิจและการออกกฎหมายการเงินการคลังต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่ รวมทั้งสั่งให้กระทรวงการคลังช่วยดูเรื่องการลดภาระงบประมาณรายจ่ายประจำ เพื่อไปเพิ่มงบการพัฒนาประเทศหรืองบลงทุนให้มากขึ้น ปัจจุบันงบประมาณปี 2560 มีงบประจำ 2.1 ล้านล้านบาท และงบลงทุน 5 แสนล้านบาท ซึ่งการดำเนินการจะต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ด้าน นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบว่ากระทรวงการคลังได้ดูแลเศรษฐกิจด้านต่างๆ โดยเฉพาะการดูแลเรื่องความยากจนผ่านมาตรการต่างๆ ซึ่งในปีหน้าคลังจะมีการออกมาตรการอีกหลายเรื่องเพื่อดูแลเศรษฐกิจ ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้ให้คลังระมัดระวังการใช้จ่ายของประเทศ และจะต้องไม่เป็นภาระกับรัฐบาลหน้า เช่น โครงการลงทุนขนาดใหญ่ต้องไม่ทำให้หนี้เสียเกินเพดาน จนรัฐบาลหน้าทำอะไรไม่ได้
นายอภิศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยเตรียมพร้อมดูแลเศรษฐกิจที่จะได้รับผลกระทบจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐมานานแล้ว ซึ่งผลเลือกตั้งที่ออกมาก็ไม่น่าจะกระทบกับเศรษฐกิจไทยมากนัก แต่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าการเปลี่ยนนโยบายทางเศรษฐกิจของสหรัฐเป็นอย่างไรบ้าง เพราะนโยบายการหาเสียงกับการที่จะดำเนินการจริงอาจไม่เหมือนกัน ต้องรอดูความชัดเจนอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังไม่ประมาท เตรียมความเข้มแข็งทางการเงินและการคลัง เพื่อดูแลการไหลเข้าออกของเงินต่างประเทศที่หลายฝ่ายกังวล ซึ่งประเทศไทยมีทุนสำรอง 1.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ สูงถึง 3-4 เท่าของหนี้ระยะสั้นต่างประเทศของไทย และภาระหนี้ต่อจีดีพีก็อยู่ที่ 42% ต่ำกว่ากรอบความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดไว้ 60% ยังมีช่องที่จะกู้ได้อีกมาก
นอกจากนี้ สำหรับหนี้เสียของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เพิ่มขึ้นในภาวะเศรษฐกิจขยายตัวได้น้อยเป็นเรื่องปกติ รัฐบาลต้องพยายามทำให้เศรษฐกิจขยายตัวมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะทำให้หนี้เสียลดลง แก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ
“เศรษฐกิจขยายตัว 3% กว่า ต่ำกว่าศักยภาพที่สามารถโตได้ 4% ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการเต็มที่แล้ว แต่ภาคเอกชนยังไม่ยอมลงทุนเนื่องจากยังลังเลไม่แน่ใจ รัฐบาลจึงจะแก้ปัญหาด้วยการเร่งลงทุนภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ โดยให้นำโครงการที่จะลงทุนใน 2 ปีข้างหน้า มาลงทุนภายในปีหน้า โดยไม่รอการลงทุนภาคเอกชน หากยังช้าก็จะตกขบวน และรัฐจะไม่ต่ออายุสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ ให้อีกต่อไป” นายอภิศักดิ์ กล่าว
ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า นายกฯ มอบนโยบายให้ไปสู่กระทรวงการคลัง 4.0 ที่ต้องมีความพร้อมเรื่องข้อมูล และนำดิจิทัลมาใช้พัฒนาฐานข้อมูลให้เป็นแนวทางเดียวกัน รวมทั้งให้เตรียมทำแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ 20 ปี ให้เชื่อมโยงกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ







