จับช่องสินค้าดีราคาถูก ชุดชั้นในVIPชัยภูมิสู้แบรนด์เนมดัง
แบรนด์ VIP เป็นชุดชั้นในสตรีแบรนด์ท้องถิ่นจากชัยภูมิ ซึ่งดำเนินการมาเกือบ 10 ปี สามารถสร้างรายได้ปีละกว่า 10 ล้านบาท ก่อตั้งโดย วันเพ็ญ พรมมานอก โดย พิชญ์นรินทร์ ชนะพาล น้องสาวของคุณวันเพ็ญเล่าว่า เริ่มต้นเมื่อกว่า 10 ปีก่อน โดยคุณวันเพ็ญเปิดร้านตัดเย็บชุดชั้นในมาก่อน และตั้งชื่อแบรนด์ VIP เพื่อให้จำง่าย เพื่อให้ลูกค้าเป็นคนสำคัญแบบ VIP
แบรนด์ VIP เป็นชุดชั้นในสตรีแบรนด์ท้องถิ่นจากชัยภูมิ ซึ่งดำเนินการมาเกือบ 10 ปี สามารถสร้างรายได้ปีละกว่า 10 ล้านบาท ก่อตั้งโดย วันเพ็ญ พรมมานอก โดย พิชญ์นรินทร์ ชนะพาล น้องสาวของคุณวันเพ็ญเล่าว่า เริ่มต้นเมื่อกว่า 10 ปีก่อน โดยคุณวันเพ็ญเปิดร้านตัดเย็บชุดชั้นในมาก่อน และตั้งชื่อแบรนด์ VIP เพื่อให้จำง่าย เพื่อให้ลูกค้าเป็นคนสำคัญแบบ VIP
ต่อมามีชาวต่างชาติสนใจการตัดเย็บของคุณวันเพ็ญ จึงนำจักรเย็บผ้าแบบคอมพิวเตอร์จากต่างประเทศมาให้ พร้อมกับแนะนำวิธีการตัดเย็บชุดชั้นในเพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และตัดเย็บส่งขายต่างประเทศ โดยชาวต่างประเทศลงทุนให้ทั้งหมด คุณวันเพ็ญนอกจากจะตัดเย็บด้วยตัวเองแล้ว ยังจ้างช่างตัดเย็บอีก 12 คน
“แต่แล้วสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองช่วงปี 2551 เกิดความวุ่นวายในประเทศ ชาวต่างประเทศจึงหยุดจ้าง หยุดทุกอย่างที่เคยให้กันมา แต่เราตั้งใจทำธุรกิจนี้ต่อเนื่อง สั่งซื้อวัตถุดิบนำเข้าที่กรุงเทพฯ ทำกันเองในครอบครัว ไม่มีนายทุน ปรากฏว่าผลตอบรับดีมาก ด้วยราคาที่ขายชาวบ้านทั่วไปซื้อมาสวมใส่ได้ เป็นที่นิยมของคนในพื้นที่ และทางหน่วยงานราชการ พัฒนาชุมชนมาให้คำแนะนำ รวมทั้งได้จดทะเบียนเป็น OTOP 4 ดาว ในปี 2553 และในปัจจุบันได้เป็น OTOP 5 ดาว” คุณพิชญ์นรินทร์ เล่าถึงการก่อตั้งของแบรนด์ VIP
เมื่อผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกันสร้าง ช่วยกันทำเริ่มติดตลาดเป็นที่รู้จัก สองพี่น้องและทีมงานต่างภูมิใจมาก สินค้าที่จำหน่าย ประกอบด้วย เสื้อชั้นใน กางเกงใน กางเกงในชุดกระชับ เสื้อบังทรง ราคาขายตั้งแต่ 130-1,400 บาท คุณภาพสินค้า คงทน ใส่สบาย ไม่คัน ใช้วัตถุดิบอย่างดี ใช้ผ้าสแปนเด็กซ์ไลก้าเกรดเอแบบขายบนห้างสรรพสินค้า การออกแบบจะเน้นให้มีลูกไม้แซม เพื่อความสวยงาม และมีลายแฟชั่นต่างๆ เสริมบนกางเกงใน เอาใจตลาดแต่ละกลุ่มวัย และรับทำ ตามออร์เดอร์ด้วย
การขายในประเทศได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ และใช้วิธีการออกบูธจำหน่ายในงานต่างๆ ทั่วประเทศ ส่วนตลาดต่างประเทศ เคยไปที่ประเทศลาวและกัมพูชา อยากไปเปิดตลาดที่ประเทศจีน เพราะว่า มีคนจำนวนมาก น่าจะทำตลาดได้
สำหรับการต่อยอดพัฒนาธุรกิจ พิชญ์นรินทร์ บอกว่า หลังจากกิจกรรมขี่จักรยานได้รับความนิยมมากขึ้น มีนักปั่นเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงเริ่มมองถึงการตัดเย็บชุดสำหรับขี่จักรยาน ซึ่งการทดลองเปิดตลาดเมื่อเร็วๆ นี้ ก็ได้รับการตอบรับที่ดี รายได้รวมทั้งปีประมาณ 10 ล้านบาท
จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ จับกลุ่มตลาดที่ต้องการสินค้าคุณภาพดีราคาถูกก็เป็นช่องทางให้แบรนด์ท้องถิ่นตั้งหลักยืนหยัด สู้กับแบรนด์เนมดังได้เช่นกัน


