
รีดภาษีน้ำมันโปะคลัง
รัฐบาลปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันทุกประเภท 20 สต./ลิตร หวังรายได้เข้าคลังปีละ 6,500 ล้าน
รัฐบาลปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันทุกประเภท 20 สต./ลิตร หวังรายได้เข้าคลังปีละ 6,500 ล้าน
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังในปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซินและดีเซล
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) โฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากการที่กระทรวงการคลังได้ออกประกาศปรับอัตราจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นทุกรายการอีก 20 สตางค์ (สต.)/ลิตร โดยมีผลวันที่ 9 พ.ย.นี้
ทั้งนี้ การปรับอัตราภาษีดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน เพราะราคาน้ำมันขายปลีกยังไม่ปรับขึ้น เนื่องจากมีการปรับโครงสร้างค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมันให้เหมาะสม เนื่องจากค่าการตลาดในขณะนี้ยังอยู่ในระดับค่อนข้างสูงมาชดเชยอัตราภาษีสรรพสามิตที่ปรับขึ้นแทน
อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันในตลาดโลกยังปรับตัวลดลงต่อเนื่อง จนส่งผลให้ค่าการตลาดสูงขึ้น ผู้ค้าน้ำมันก็สามารถปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกประเภทได้ ทั้งเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล 20 สต./ลิตร ยกเว้นราคาแก๊สโซฮอล์ อี85 ที่ไม่เปลี่ยนแปลง
รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันจากระดับราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำส่งผลให้การใช้น้ำมันมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มเบนซินมียอดการใช้อยู่ประมาณ 29 ล้านลิตร/วัน ดีเซลประมาณ 62 ล้านลิตร/วัน รวม 91 ล้านลิตร/วัน
สำหรับการเก็บภาษีเพิ่มขึ้นครั้งนี้ จะทำให้รัฐบาลมีรายได้เข้าคลังเพิ่มขึ้น 18 ล้านบาท/วัน หรือประมาณ 6,500 ล้านบาท/ปี จากปัจจุบันอัตราภาษีน้ำมันเบนซิน อยู่ที่ 6.30 บาท/ลิตร จะเพิ่มเป็น 6.50 บาท/ลิตร อัตราภาษีน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ อยู่ที่ 5.67 บาท/ลิตร จะเพิ่มเป็น 5.85 บาท/ลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล์ อี20 อยู่ที่ 5.04 บาท/ลิตร จะเพิ่มเป็น 5.20 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ อี85 อยู่ที่ 0.94 บาท/ลิตร ก็จะเพิ่มเป็น 0.97 บาท/ลิตร และดีเซลก็จะเพิ่มจาก 5.65 บาท/ลิตร เป็น 5.85 บาท/ลิตร
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ด้านผู้ค้าน้ำมัน ได้แก่ บริษัท ปตท.และบริษัท บางจากปิโตรเลียม ได้ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกประเภท 20 สต./ลิตร ยกเว้นแก๊สโซฮอล์ อี85 มีผลในวันที่ 9 พ.ย. ทำให้ราคาขายปลีกของเบนซิน จะอยู่ที่ 32.36 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 25.25 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 24.98 บาท/ลิตร อี20 อยู่ที่ 22.74 บาท/ลิตร และดีเซล อยู่ที่ 23.99 บาท/ลิตร
ด้าน นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม กล่าวว่า ขณะนี้แนวโน้มราคาน้ำมันอยู่ในระดับทรงตัว คงต้องติดตามการประชุมองค์กรร่วมประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก (โอเปก) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 พ.ย.นี้
นอกจากนี้ แม้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก แต่ยังให้น้ำหนักกับการประชุมโอเปกมากกว่า เพราะหากประเทศสมาชิกไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องกำลังการผลิตน้ำมัน อาจส่งผลให้เกิดภาวะอุปทานล้นตลาด โดยคาดการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกช่วงไตรมาส 4 ของปี 2559 จะเคลื่อนไหวในกรอบ 50-55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บางจากยังอยู่ระหว่างศึกษาแผนการลงทุนสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมันดิบมิกซ์กาล็อกในประเทศฟิลิปปินส์ หากพบว่ามีความคุ้มค่าก็จะเริ่มลงทุนสำรวจและขุดเจาะภายในปีหน้า และเริ่มเดินเครื่องการผลิตในปี 2019 คาดว่าต้องใช้งบประมาณในการลงทุ นสำรวจ 25 ล้านเหรียญสหรัฐ







