posttoday
ชาวบ้านเดือดร้อน

ชาวบ้านเดือดร้อน

02 พฤศจิกายน 2559

การต่อรองทางการค้า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสร้างกำไรสูงสุด ถือเป็นเรื่องธรรมดาของการประกอบธุรกิจ แต่การที่จะไปสู่เป้าหมายกำไรสูงสุดนั้น หากผู้ประกอบการคำนึงถึงคุณธรรมจริยธรรมกับแต่ละภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง หรือสเตคโฮลเดอร์ด้วย ก็จะเป็นเรื่องดีมาก และเชื่อว่าการทำธุรกิจอย่างมีจริยธรรม จะทำให้บริษัทสามารถสร้างกำไรได้อย่างยั่งยืนระยะยาวจากประชาชนผู้บริโภค ซึ่งรับรู้ได้ถึงภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร

การต่อรองทางการค้า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสร้างกำไรสูงสุด ถือเป็นเรื่องธรรมดาของการประกอบธุรกิจ แต่การที่จะไปสู่เป้าหมายกำไรสูงสุดนั้น หากผู้ประกอบการคำนึงถึงคุณธรรมจริยธรรมกับแต่ละภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง หรือสเตคโฮลเดอร์ด้วย ก็จะเป็นเรื่องดีมาก และเชื่อว่าการทำธุรกิจอย่างมีจริยธรรม จะทำให้บริษัทสามารถสร้างกำไรได้อย่างยั่งยืนระยะยาวจากประชาชนผู้บริโภค ซึ่งรับรู้ได้ถึงภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร

ด้วยแนวคิดดังกล่าว จึงอยากให้ผู้ประกอบการที่ชิงเหลี่ยมทางธุรกิจกันอยู่ อย่างกรณีการต่อรองทางการค้าระหว่างรายใหญ่ในวงการร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น กับรายใหญ่ในวงการโทรคมนาคม บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ซึ่งว่ากันว่าเป็นการต่อรองส่วนแบ่งกำไรในการขายบัตรเติมเงิน จากเดิมที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจะได้ 5% ของยอดขาย ทางร้านค้าขอเพิ่มเป็น 7% ด้วยเหตุผลว่าเป็นส่วนแบ่งที่ได้จากผู้ให้บริการค่ายอื่น คือ ทรู กับดีแทค ซึ่งต่อไปเอไอเอส ก็ต้องจ่ายส่วนแบ่งกำไรเท่ากับรายอื่น

ขณะที่เอไอเอสซึ่งถือเป็นรายใหญ่ในวงการโทรคมนาคม ถือว่ามีผู้ใช้บริการบัตรเติมเงิน วัน-ทู-คอล เกือบครึ่งของตลาด ก็เชื่อว่าด้วยจำนวนผู้ใช้ที่มากเกือบครึ่ง ทางร้านค้าก็น่าจะต้องการสินค้าไปขาย ไม่เช่นนั้นร้านค้าก็จะเสียโอกาส คนอาจจะเข้าร้านน้อยลง นอกจากนี้ทางเอไอเอสยังเห็นว่าด้วยช่องทางเติมเงิน วัน-ทู-คอล ที่ขณะนี้มีมากถึง 5 แสนแห่งทั่วประเทศ ขณะที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น มีแค่กว่า 8,000 แห่ง ดูแล้วไม่น่ากระทบกับยอดขาย ผลดังกล่าวจึงทำให้เชื่อว่าอำนาจต่อรองยังมีอยู่สูงกว่าร้านค้า

เมื่อต่างฝ่ายต่างมั่นใจในความใหญ่ของตนเองในแต่ละวงการ เป็นยักษ์ในวงการร้านสะดวกซื้อ กับยักษ์วงการโทรคมนาคม การต่อรองส่วนแบ่งกำไรจาก 5% เป็น 7% จึงยืดเยื้อมายาวนานไม่สามารถต่อรองกันได้ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา และมาแตกหักเมื่อเดือน ก.ย. หลังร้านเซเว่นอีเลฟเว่นไม่สั่ง วัน-ทู-คอล มาวางจำหน่าย ทำให้ชาวบ้านที่เคยสะดวกไปซื้อ เริ่มไม่สะดวกต้องไปหาช่องทางอื่นเติมเงิน

กรณีนี้หากมองผิวเผินเหมือนกับเป็นการทะเลาะของพ่อค้าเรื่องผลประโยชน์กำไร แต่การต่อรองหาผลประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงชาวบ้าน อันนี้ในฐานะผู้ประกอบการก็ไม่ควรจะลงโทษลูกค้าที่เป็นลูกค้าชั้นดี กับร้านสะดวกซื้อ และบัตรเติมเงินโทรศัพท์ ที่ต้องเดือดร้อนไปด้วย

นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็น่าจะเข้ามาวางกรอบให้การต่อรองทางการค้าไม่สร้างความเดือดร้อนกับผู้อื่น เป็นธรรมกับผู้ค้าผู้ประกอบการทั้งสองฝ่าย ที่สำคัญเป็นธรรมกับลูกค้าด้วย ซึ่งเมื่อมีการซื้อสินค้าหรือใช้บริการของผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งจนมากเกินไป สุดท้ายผู้ประกอบการที่เป็นรายใหญ่ซึ่งเกือบจะผูกขาดตลาด มีอำนาจเหนือตลาด จะเพิ่มเงื่อนไขต่างๆ เพื่อหากำไรมากขึ้น สิ่งนี้ย่อมสร้างผลกระทบไปถึงผู้อื่นที่เป็นคู่ค้า ผู้บริโภค จนไปถึงชาวบ้านทั่วไป เมื่อเป็นเช่นนี้หน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องก็ควรจะเข้ามาดูแล เพื่อให้การแข่งขันเข้าที่เข้าทางอยู่ภายใต้กรอบ เป็นธรรมกับคู่ค้าทั้งสองฝ่าย รวมทั้งเป็นธรรมกับชาวบ้านทั่วไปที่เป็นผู้บริโภคด้วย

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน