
ผลกระทบเบร็กซิต
โดย...สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงลอนดอน
โดย...สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงลอนดอน
ภายหลังจากการลงประชามติเพื่อออกจากการรวมกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ของเครือสหราชอาณาจักร (เบร็กซิต) ผ่านพ้นไป พบว่าเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรในไตรมาส 3 ตามการรายงานของ The Office for National Statistics (The ONS) ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.5% ในไตรมาสที่ 3 (ก.ค.-ก.ย.) 2559 โดยมีภาคบริการเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ
อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรในไตรมาสที่ 3 จะขยายตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ซึ่งอยู่ที่ 0.7% แต่ขยายตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า 0.3% ทั้งนี้ The ONS ระบุว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรจะช่วยลดแรงกดดันที่ธนาคารแห่งอังกฤษจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในสัปดาห์หน้า
ทาง The ONS ได้ระบุเพิ่มเติมว่า ภาพรวมเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรยังไม่ได้รับผลกระทบที่รุนแรงจากผลการลงประชามติดังกล่าว แต่เศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรยังคงอยู่ในสภาวะที่ไม่สมดุล กล่าวคือ ภาคการค้าบริการมีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.8% ในขณะที่ภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการก่อสร้างหดตัวลง
ผู้ที่สนับสนุนการออกจากอียู หรือเบร็กซิต มองว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 สะท้อนให้เห็นถึงความวิตกกังวลมากจนเกินไปของผลกระทบทางเศรษฐกิจหากออกจากอียู ในขณะที่ผู้สนับสนุนการคงอยู่ในอียูได้เตือนว่าเศรษฐกิจจะย่ำแย่เป็นระยะเวลาหลายปีหากออกจากอียู ซึ่งมาตรการของธนาคารแห่งอังกฤษมีส่วนช่วยในการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ขณะที่ Phillip Hammond รัฐมนตรีการคลังของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า เศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรยังคงมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีการปรับตัวที่ดีสามารถรองรับสภาวะการเปลี่ยนแปลง
ด้าน Jonathan Reynolds รัฐมนตรีการคลังเงาของพรรคแรงงาน ได้แสดงความรู้สึกผิดหวังต่อความล้มเหลวของการดำเนินแนวทางเศรษฐกิจของพรรคอนุรักษนิยมในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์ค่อนข้างน้อยจากภาวะการอ่อนค่าของเงินปอนด์ เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรขับเคลื่อนโดยภาคบริการเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการขนส่ง การสื่อสาร อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ขณะที่ภาคบริการมีส่วนสำคัญในการชดเชยความอ่อนแอของภาคก่อสร้างที่หดตัวลง ด้านภาคอุตสาหกรรมยังคงสภาวะเดิม
ทางนักเศรษฐศาสตร์จาก HIS Global Insignt ระบุว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 ยังคงได้รับอานิสงส์จากการใช้จ่ายของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง อัตราเงินเฟ้อ และการจ้างงานที่สูงโดยผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากค่าเงินปอนด์ที่อ่อนลง โดยเฉพาะการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ในขณะที่การอ่อนค่าของเงินปอนด์มีส่วนช่วยสนับสนุนการส่งออกสินค้าและบริการของสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตาม ข้อมูลตัวชี้วัดยังไม่ได้ทำให้ความเห็นต่อผลกระทบเบร็กซิตที่ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะด้านการค้า การเคลื่อนย้ายแรงงาน และการลงทุนในตลาดที่สำคัญอย่างอียู
จากข้อมูลดังกล่าวทางสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงลอนดอน ได้วิเคราะห์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยระบุว่าสหราชอาณาจักรเป็นคู่ค้าอันดับที่ 19 ของไทย และเป็นอันดับที่ 3 ในยุโรป หรือรองจากเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ โดยในช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) 2559 มีการค้ารวมมูลค่า 4,243 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 14.36% เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา เป็นการส่งออกมูลค่า 2,776 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 5.45% และเป็นการนำเข้ามูลค่า 1,467 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 27.32% โดยไทยได้เปรียบดุลการค้า 1,310 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ การค้าระหว่างไทยกับสหราชอาณาจักรมีสัดส่วนเพียง 1.40% ของการค้าทั้งหมดของไทย จึงคาดว่าผลกระทบต่อการส่งออกของไทยยังมีไม่มากนัก แต่การชะลอตัวทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยมายังสหราชอาณาจักร เนื่องจากการที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงมากขึ้นนั้น ทำให้การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ รวมทั้งไทยมีราคาสูงขึ้น
ข้อเสนอแนะของ สคต. เห็นว่าแม้เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรขยายตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 0.5% ในไตรมาสที่ 3 โดยมีภาคการค้าบริการเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความไม่แน่นอนของความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างสหราชอาณาจักรกับสหภาพยุโรปส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะข้อกังวลที่สหราชอาณาจักรอาจสูญเสียโอกาสในการเข้าถึงตลาดร่วม (Single Market) ซึ่งสะท้อนจากการอ่อนค่าลงของเงินปอนด์ อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่งผลให้การบริโภคและการลงทุนชะลอตัวลง







