
ธปท.จับสัญญาณ เศรษฐกิจท้ายปีดีต่อเนื่อง
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาส 4 ปีนี้ยังมีสัญญาณดี จากการส่งออกที่ดีช่วยพยุงรายได้จากการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในประเทศที่แผ่วลง พร้อมทั้งเตรียมทบทวนอัตราการเติบโตปีหน้าใหม่ วันที่ 21 ธ.ค.นี้
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาส 4 ปีนี้ยังมีสัญญาณดี จากการส่งออกที่ดีช่วยพยุงรายได้จากการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในประเทศที่แผ่วลง พร้อมทั้งเตรียมทบทวนอัตราการเติบโตปีหน้าใหม่ วันที่ 21 ธ.ค.นี้
รุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธปท. กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาส 4 ปีนี้ มีสัญญาณบวกจากการส่งออกที่ดีขึ้น แต่มีสัญญาณลบจากการท่องเที่ยวและสัญญาณการบริโภคภาคเอกชน หรือการใช้จ่ายในประเทศที่อาจจะแผ่วลง ส่วนภาวะเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ปีนี้ ขยายตัวได้จากการใช้จ่ายของภาครัฐ การบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ต่อเนื่องตามความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน จากปัจจัยภายในประเทศ และรายได้เกษตรกรที่ทยอยปรับดีขึ้น ภัยแล้งคลี่คลาย ภาคการส่งออกเริ่มมีทิศทางดีขึ้น
ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังขยายตัวได้ แม้มีเหตุระเบิดและการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ โดยการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญมีผลกระทบมากกว่าเหตุระเบิดใน 7 จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนที่ลดลง อย่างไรก็ตาม การลงทุนภาคเอกชนยังคงหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน จากการนำเข้าสินค้าทุนที่ยังคงต่ำกว่าในปีที่แล้ว และการลงทุนในหมวดก่อสร้างที่ชะลอตัวตามภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์
“ภาวะเศรษฐกิจเดือน ก.ย.ปรับดีขึ้น จากการส่งออกที่ดีขึ้นเป็นบวกมา 2 เดือน ส่งผลให้กลุ่มสินค้า อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร มีแนวโน้มดีขึ้น ส่วนอุตสาหกรรมรถยนต์ที่เคยโตได้ดีก็เริ่มแผ่วลงบ้าง จากกำลังซื้อในตะวันออกกลางที่แผ่วลงไปบ้าง ส่วนไตรมาส 3 ปีนี้ ยอมรับว่าการส่งออกออกมาดีกว่าที่คาดไว้ และดีกว่าไตรมาส 2 ส่วนส่งออกจะดีไปถึงปี 2560 หรือไม่นั้น ต้องขอประเมินตัวเลขที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก่อน” รุ่ง กล่าว
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเศรษฐกิจในภาพรวมของไตรมาส 3 ปีนี้ ธปท.เห็นว่าน่าจะใกล้เคียงหรือแผ่วลงจากไตรมาส 2 เล็กน้อย ส่วนแนวโน้มในไตรมาส 4 เศรษฐกิจยังมีสัญญาณที่ดียังน่าจะขยายตัวต่อไปได้ แม้บางกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะแผ่วไปบ้าง
รายงานข่าวจาก ธปท. เปิดเผยว่า ธปท.ยังใช้คาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้เติบโตที่ระดับ 3.2% ส่วนปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวที่ 3.2% แต่มีโอกาสที่จีดีพีปีหน้าจะเติบโตดีขึ้นไปที่ 3.3% อย่างไรก็ดี ธปท.จะมีการทบทวนตัวเลขจีดีพีอีกครั้งในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) 21 ธ.ค.นี้ และแถลงรายละเอียดอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 ธ.ค.นี้
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (อีไอซี) ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้สำรวจกำลังซื้อของผู้บริโภคที่จะฟื้นคืนกลับมาหลังหมดภาระการผ่อนชำระรถยนต์คันแรกที่ครบกำหนด 5 ปี ตั้งแต่ 15 ก.ย. 2559 ว่า มีผู้ใช้สิทธิรถคันแรกที่ต้องการขายรถคันเก่าแล้วซื้อใหม่เพียง 7.2% ในจำนวนนี้ต้องการซื้อรถใหม่ในปี 2560 เพียง 2.6% หรือประมาณ 3,000 คัน เนื่องจากผู้บริโภคยังชะลอการใช้จ่าย ขณะที่ 3.2% จะซื้อรถใหม่ปี 2561 และที่เหลือ 1.4% จะซื้อในปี 2562
ทั้งนี้ ผลสำรวจผู้บริโภคที่หมดภาระรถคันแรกเกี่ยวกับการจับจ่ายใช้สอยใน 1-2 ปีข้างหน้า พบว่าผู้บริโภคที่ต้องการใช้จ่ายในด้านอุปโภคบริโภคใน 3 อันดับแรก คือ 1.การท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ คิดเป็น 24% 2.ของใช้บริโภคประจำวัน 15% และ 3.การตกแต่ง-ต่อเติม-ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย 13%
ขณะที่พนักงานบริษัทที่มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท/เดือน และมากกว่าครึ่งต้องการแยกจากครอบครัว หรือเปลี่ยนจากเช่ามาเป็นซื้อที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนใหญ่เลือกใกล้สถานที่ทำงานและรถไฟฟ้า ขณะที่ผู้ซื้อในต่างจังหวัดจะเลือกทำเลใกล้สถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า และโรงพยาบาล และที่น่าสนใจคือกลุ่มผู้ใช้สิทธิโครงการส่วนใหญ่สนใจที่อยู่อาศัยในแนวราบมากกว่าแนวสูง







