
แบงก์พาณิชย์ทยอยปิดสาขา
ลดต้นทุนดำเนินงาน หันให้บริการไฮเทคเพิ่มมากขึ้น
ลดต้นทุนดำเนินงาน หันให้บริการไฮเทคเพิ่มมากขึ้น
ธปท.เผยสาขาแบงก์และนันแบงก์เดือน ก.ย.ในเขตกรุงเทพฯ และภาคกลาง ลดต่อเนื่อง
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานจำนวนสาขาธนาคารพาณิชย์และสาขาธนาคารต่างประเทศทั่วประเทศ ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2559 มี 7,034 สาขา เทียบกับเดือน ธ.ค. 2558 มี 7,059 สาขา ลดลง 25 สาขา หรือ 0.35% แบ่งเป็น กรุงเทพฯ 2,156 สาขา ลดลง 16 สาขา ภาคกลาง 2,220 สาขา ลดลง 7 สาขา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 960 สาขา ลดลง 2 สาขา ภาคเหนือ 837 สาขา ลดลง 1 สาขา ส่วนภาคใต้ 861 สาขา เพิ่มขึ้น 1 สาขา
ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ที่สาขาลดลงมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ลดลงมากที่สุด 30 สาขา รองลงมาเป็นธนาคารซีไอเอ็มบี (ไทย) ลดลง 26 สาขา และธนาคารธนชาต ลดลง 15 สาขา ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ที่มีสาขาเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ ธนาคารกรุงเทพและธนาคารกรุงศรีอยุธยา เพิ่มแห่งละ 13 สาขา ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย เพิ่ม 11 สาขา และธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ เพิ่ม 4 สาขา
สำหรับสาขาของบริษัทที่ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตของบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นันแบงก์) มีจำนวน 671 สาขา เทียบกับสิ้นเดือน ธ.ค. 2559 มี 680 สาขา ลดลง 9 สาขา
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า จำนวนสาขาธนาคารพาณิชย์ในปีหน้าคงมีแนวโน้มปรับลดลงบ้าง แต่ไม่มากจนต้องปลดพนักงานออกเหมือนในต่างประเทศ แม้ว่าเทคโนโลยีการเงิน (ฟินเทค) จะเข้ามาอำนวยความสะดวกในการให้บริการลูกค้าทดแทนการบริการผ่านสาขามากขึ้น
นอกจากนี้ หากแบ่งตามกลุ่มลูกค้า จะพบว่า ยังมีลูกค้าอีกจำนวนมากที่ยังไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี จึงไม่มั่นใจในการใช้บริการผ่านเทคโนโลยีและเลือกใช้บริการในรูปแบบที่ถนัดและคุ้นเคยผ่านสาขาอยู่อีกมากโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งต่างจากลูกค้าที่อายุน้อยที่นิยมใช้บริการการเงินผ่านเทคโนโลยีมากกว่า ธนาคารจึงยังจำเป็นที่ต้องหาสมดุลระหว่างกลุ่มลูกค้าและใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนพอสมควร
“ในระยะต่อไป ธนาคารพาณิชย์ปฏิเสธเทคโนโลยีไม่ได้ และต้องมีการพัฒนาขึ้นไปอีกเรื่อยๆ เพื่อรองรับความต้องการและอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นจะปิดสาขาของธนาคาร และไปใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนอย่างเดียว เพราะถ้าปิดแล้วต้องการเปิดใหม่ต้นทุนจะสูงขึ้นมาก” นายเชาว์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายเชาว์ กล่าวว่า หากผู้บริโภคสะดวกในการใช้บริการผ่านเทคโนโลยีต่างๆ มากขึ้น ธนาคารพาณิชย์ก็ต้องปรับแผนรูปแบบสาขาของธนาคารพาณิชย์จะเปลี่ยนไปแบบไหน หรือจะนำเทคโนโลยีใดบ้างเข้ามาเสริม ต้องเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ลูกค้าที่ยังไม่คุ้นเคยได้เรียนรู้เทคโนโลยี ยอมรับและเชื่อมั่นการใช้บริการของธนาคารพาณิชย์ผ่านบริการที่ไฮเทคขึ้น
นายเชาว์ กล่าวว่า การขยายสาขาของธนาคารพาณิชย์ยังจะมีอยู่ เพียงแต่จะเปลี่ยนไปจากรูปแบบเดิม และไม่ได้ขยายสาขาโดยอิงกับปริมาณสินเชื่อเป็นหลัก แต่ขึ้นอยู่กับแผนธุรกิจของแต่ละธนาคาร การที่สินเชื่อขยายตัวได้น้อยไม่ได้มีผลต่อการลดหรือเพิ่มจำนวนสาขา แต่ต้องยอมรับว่าในภาวะที่เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ช้า สินเชื่อจะโตได้น้อย ทำให้ธนาคารต้องดูแลภาระค่าใช้จ่ายด้านเครดิต การกันสำรองหนี้เสีย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่มีมาตามภาวะเศรษฐกิจ







