ซัมซุงตั้งลูกชายประธานบริษัทกุมบังเหียน หวังพลิกวิกฤตโน้ต7
ซัมซุงตั้งทายาทสายตรงขึ้นแท่นกรรมการบริหารคนใหม่ ด้านนักวิเคราะห์ชี้เป็นสัญญาณยุคใหม่ซัมซุง
ซัมซุงตั้งทายาทสายตรงขึ้นแท่นกรรมการบริหารคนใหม่ ด้านนักวิเคราะห์ชี้เป็นสัญญาณยุคใหม่ซัมซุง
สำนักข่าวยอนฮัพของเกาหลีใต้ รายงานว่า อี-แจยง ลูกชายคนเดียวของของ อี-คุนฮี ประธานบริษัท ซัมซุง ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของบริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกับคณะกรรมการบริหารอีก 9 ราย เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ท่ามกลางความคาดหวังว่า อี-แจยง จะช่วยฟื้นฟูชื่อเสียงและผลกำไรของบริษัท ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเรียกเก็บคืนและการยุติการผลิตมือถือกาแล็คซี่ โน้ต 7 ที่มีปัญหาด้านความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งกรรมการบริหารบริษัทคนใหม่เกิดขึ้นในวันเดียวกับที่ซัมซุงเปิดเผยผลกำไรไตรมาส 3 ลดลง 30% อยู่ที่ 5.2 ล้านล้านวอน (ราว 1.59 แสนล้านบาท) จากเกือบ 7.4 ล้านล้านวอน (ราว 2.26 แสนล้านบาท) เมื่อปีก่อนหน้านี้ เนื่องจากกำไรของธุรกิจสมาร์ทโฟนร่วงลงถึง 96% อยู่ที่เพียง 1 แสนล้านวอน ซึ่งต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2008 อย่างไรก็ดีซัมซุงคาดการณ์ว่า ดีมานด์สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตคาดว่าจะปรับตัวขึ้นในไตรมาส 4 และเปิดเผยว่า บริษัทจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนกาแล็คซี่ เอส 8 รุ่นใหม่ ในเดือน ก.พ. 2017
รายงานระบุว่า อี-แจยง จะรับผิดชอบการตัดสินใจสำคัญต่างๆ ของซัมซุง ตั้งแต่การปรับโครงสร้างบริษัท การควบรวมกิจการ และการขายสินทรัพย์ โดยในปัจจุบัน อี-แจยง ดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นในบริษัท นับตั้งแต่ที่ อี-คุนฮี เข้ารับการรักษาโรคหัวใจในโรงพยาบาลเมื่อปี 2014
ทั้งนี้ อี-แจยง มาจากตระกูลผู้ก่อตั้งบริษัท ซัมซุง กรุ๊ป ที่มีบทบาทอย่างมากในการบริหารธุรกิจต่างๆ ของบริษัท เช่น ธุรกิจบริการทางการเงิน โรงแรม ชีวเภสัชภัณฑ์ และแฟชั่น ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอิทธิพลดังกล่าวมีส่วนทำให้ อี-แจยง ได้รับการสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์หลายรายแสดงความเห็นด้วยกับการแต่งตั้ง อี-แจยง โดย อี-แชวอน หัวหน้าฝ่ายการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ โคเรีย แวลู แอตเซต แมเนจเมนต์ กล่าวว่า ยุคใหม่ของซัมซุงกำลังเริ่มต้นขึ้น และ อี-แจยง น่าจะมีพลังและความสามารถมากพอในการนำพาซัมซุงหลุดพ้นจากวิกฤต พร้อมคาดการณ์ว่าทิศทางการดำเนินงานของบริษัทจะเป็นไปอย่างเสรีมากขึ้นตามกลไกตลาด และกระบวนการปรับโครงสร้างบริษัทจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วขึ้น
ขณะเดียวกัน ปาร์ค จู-กึน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์องค์กรจากบริษัท ซีอีโอ สกอร์ แสดงความเห็นว่า นอกเหนือจากการพลิกฟื้นบริษัทจากผลกระทบเรื่องมือถือโน้ต 7 แล้ว อี-แจยง จำเป็นต้องแสวงหากลไกใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนการขยายตัวของ บริษัท นอกจากธุรกิจสมาร์ทโฟนที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวในขณะนี้


