posttoday
แบงก์ไตรมาส3พุ่ง16%

แบงก์ไตรมาส3พุ่ง16%

22 ตุลาคม 2559

ยอด9เดือนกำไรทรงตัว เกียรตินาคินเติบโตสูงสุด

ยอด9เดือนกำไรทรงตัว เกียรตินาคินเติบโตสูงสุด

โพสต์ทูเดย์ - แบงก์ไตรมาส 3 กำไร 5 หมื่นล้านยังโต 16% แต่ 9 เดือนทรงตัว เกียรตินาคินโตสูงสุด ทหารไทยบ๊วย เมย์แบงก์ กิมเอ็ง กำไรพุ่ง 43% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

กลุ่มธนาคารทั้งระบบ 11 แห่ง ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ออกมารวม 52,316 ล้านบาท เติบโต 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ 9 เดือนแรกปีนี้มีกำไร 150,544 ล้านบาท เติบโตเพียง 0.83% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปรากฏว่า ธนาคารที่มีอัตราเติบโตสูงสุดคือ เกียรตินาคิน 83% อันดับ 2 กรุงไทย 61% อันดับ 3 บริษัท แอลเอช ไฟแนนซ์เชียล 57% อันดับ 4 ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป 54% อันดับ 5 ไทยพาณิชย์ 28% อันดับ 6 กรุงศรีอยุธยา 20% อันดับ 7 ทุนธนชาต 11% อันดับ 8 กสิกรไทย 7.3% อันดับ 9 กรุงเทพ กำไรลดลง 11% อันดับ 10 ซีแอลเอ็มบี ไทย กำไรลดลง 13% และอันดับสุดท้าย ทหารไทย กำไรลดลง 34%

นายโนริอากิ โกโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ในไตรมาส 3 ธนาคารสามารถเดินตามยุทธศาสตร์ขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคอาเซียนที่วางไว้จนเกิดผลสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการของ HKL ส่งผลให้กรุงศรีมีเครือข่ายธุรกิจครอบคลุมในกัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา

สำหรับแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปี 2559 คาดว่า เศรษฐกิจจะยังคงมีปัจจัยสนับสนุนต่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าอาจไม่ครอบคลุมในทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ ปัจจัยด้านฤดูกาลที่ขับเคลื่อนความต้องการสินเชื่อทั้งในส่วนของสินเชื่อเพื่อรายย่อยและสินเชื่อธุรกิจ จึงปรับเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อของทั้งปี 2559 จาก 5-6% เป็น 8-9% รวมธุรกิจสินเชื่อของ HKL

นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) แจ้งว่า มีกำไรสุทธิ 287 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนเนื่องมาจากรายได้ค่านายหน้าเพิ่มขึ้น 21% ตามปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น โดยปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของบริษัทเพิ่มจาก 6,100 ล้านบาท เป็น 8,737 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันโดยรวมของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจาก 37,233 ล้านบาท เป็น 54,700 ล้านบาท แต่รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและค่านายหน้าอื่นลดลง 4.57%

ด้านรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่ม 2.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% เนื่องมาจากการลดลงของค่าธรรมเนียมจากการรับประกันการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ลดลง 3 ล้านบาท ค่าที่ปรึกษาทางการเงินเพิ่มขึ้น 7 ล้านบาท รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการอื่นลดลง 1.83 ล้านบาท ตามลำดับและรายได้อื่นลดลง 2% เนื่องมาจากรายได้ดอกเบี้ย และเงินปันผลลดลง 28.62 ล้านบาท รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ลดลง 3.70 ล้านบาท กำไรจากเงินลงทุนและตราสารอนุพันธ์เพิ่มขึ้น 17.08 ล้านบาท และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 8.7 ล้านบาท ตามลำดับ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน