
เรียนรู้ สานต่อ พ่อสอนไว้
วันที่ 13 ต.ค. 2559 เป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ไทย วันที่ปวงชนชาวไทยร่ำไห้ด้วยความอาลัยและความจงรักภักดีแด่พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ของปวงชนชาวไทย พระองค์ท่านทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและที่เคารพรักของปวงชนอย่างแท้จริง
วันที่ 13 ต.ค. 2559 เป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ไทย วันที่ปวงชนชาวไทยร่ำไห้ด้วยความอาลัยและความจงรักภักดีแด่พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ของปวงชนชาวไทย พระองค์ท่านทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและที่เคารพรักของปวงชนอย่างแท้จริง
ท่ามกลางความเสียใจ ดิฉันรู้สึกโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยในรัชกาลที่ 9 รู้สึกโชคดีที่ได้มีโอกาสรับปริญญาบัตรจากพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
และมีโอกาสได้เรียนในสถาบันอุดมศึกษาที่ถือกำเนิดจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
ที่ยิ่งกว่านั้น ดิฉันรู้สึกโชคดีที่ได้เรียนรู้ข้อคิด คำสอน จากพระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ว่าดิฉันจะร่วมงานกับคนจากวัฒนธรรมใด ทีมงานที่มีความหลากหลายมากเท่าใด
เมื่อเผชิญอุปสรรคในการทำงานและพัฒนาทีมงาน ดิฉันน้อมนำสองข้อนี้มาเตือนใจตัวเอง และทำให้ก้าวข้ามผ่านอุปสรรคทุกอย่างไปด้วยดี
จึงขออนุญาตน้อมนำมาเล่าสู่กันฟังดังนี้
“งานทุกอย่างมีบุคคลซึ่งมีชีวิตจิตใจ มีความนึกคิดเป็นผู้กระทำ ถ้าผู้ทำมีจิตใจไม่พร้อมจะทำงาน เช่น ไม่ศรัทธาในงาน ไม่สนใจผูกพันกับงาน ผลงานที่ทำก็ย่อมบกพร่อง ไม่คงที่ ต่อเมื่อผู้ปฏิบัติมีศรัทธา เข้าใจซึ้งถึงประโยชน์ของงาน พร้อมใจและพอใจที่จะขวนขวายปฏิบัติงานโดยเต็มกำลังความสามารถ งานจึงจะดำเนินไปได้โดยราบรื่น และบรรลุผลตามที่มุ่งหมาย” (พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 10 ก.ค. 2536)
ในข้อนี้ดิฉันน้อมนำมาเตือนตัวเองว่า เราทำงานกับคน ดังนั้นหัวหน้าที่ดีต้องเข้าใจคน หมั่นสื่อสารเพื่อช่วยให้ทีมงานมีความศรัทธาและความผูกพันกับงานที่มอบหมายให้เขาทำ และเตือนตัวเองให้เป็นหัวหน้าที่ดี เป็นตัวอย่างที่ดีในการทำงานด้วยศรัทธาเต็มความสามารถ
“การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมากไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้” (พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 25 ก.ค. 2506)
ในข้อนี้ ดิฉันใช้เตือนตัวเองและทีมงานว่า ความเป็นเลิศของงานมาจากการร่วมมือกันและความตั้งใจที่ดีงามของทุกคน การทำดี เราไม่ต้องรอ ทำอะไรได้ เราทำเลย
สถิตอยู่ในใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า อัจฉรา จุ้ยเจริญ







