
อุตฯของเล่นโหมลงทุน
อุตสาหกรรมของเล่นสนใจลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่มการผลิต ลุ้นปลายปีส่งออกกระเตื้อง
อุตสาหกรรมของเล่นสนใจลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่มการผลิต ลุ้นปลายปีส่งออกกระเตื้อง
นายอมรชัย นาคศุภมิตร นายกสมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมของเล่นไทยให้ความสนใจขยายการลงทุนไปในตลาดภูมิภาคอาเซียนเพิ่มขึ้น เพราะผู้ประกอบการไทยต้องการเพิ่มฐานการผลิตและประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งกัมพูชาและเมียนมายังมีค่าแรงในระดับต่ำ โดยที่ผ่านมามีเอกชนไทยเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านแล้วประมาณ 2-3 ราย
ขณะเดียวกันสมาคมได้มีการส่งเสริมผู้ประกอบการเข้าไปทำตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน หาคู่ค้า การจับคู่ทางธุรกิจ และแนะนำแนวทางการลงทุน ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยหลายรายที่ให้ความสนใจลงทุน แต่การไปตลาดในประเทศเพื่อนบ้านต้องศึกษาตลาดและพฤติกรรมของลูกค้าแต่ละประเทศอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเลือกลงทุนในประเทศที่มีระบบสาธารณูปโภคที่ดี และต้องเลือกประเทศที่มีแรงงานจำนวนมาก เพราะอุตสาหกรรมของเล่นจะใช้แรงงานในประกอบชิ้นส่วนต่างๆ
สำหรับภาพรวมการส่งออกสินค้าในอุตสาหกรรมของเล่นในไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 คาดว่าการส่งออกจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เพราะเป็นช่วงที่ลูกค้าจะมีการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น โดยประเมินว่าจะทำให้การส่งออกในปีนี้กลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง หรือติดลบไม่เกิน 3% จากในช่วง 6 เดือนแรก การส่งออกติดลบประมาณ 6% เป็นผลมาจากตลาดในประเทศคู่ค้าส่งออกหลักทั้งสหรัฐ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่นเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งมูลค่าการส่งออกในช่วงปี 2558 ที่ผ่านมา จะมากกว่า 8,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กลุ่มสินค้าของเล่นที่ตลาดเติบโตดีจะเป็นกลุ่มสินค้าของเล่นเพื่อเสริมการพัฒนาในด้านต่างๆ รวมถึงกลุ่มตลาดของเล่นเพื่อสูงอายุที่ตลาดมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในระยะยาว และเริ่มมีการส่งสินค้าไปเจาะตลาดญี่ปุ่นบ้างแล้ว อีกทั้งสมาคมได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขยายตลาดของเล่นเจาะกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบเพิ่มขึ้น โดยภาพรวมตลาดในประเทศปี 2559 คาดว่าจะมีการขยายตัว 5%
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการในสมาคมมีจำนวนประมาณ 140 ราย จากจำนวนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมของเล่นไทย ที่เป็นผู้ผลิตมีจำนวนประมาณ 500 ราย ส่วนใหญ่มีขนาดธุรกิจระดับกลางและระดับเล็ก รวมทั้งในช่วงที่ผ่านมา มีบริษัทที่ผลิตของเล่นจากต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งสหรัฐและญี่ปุ่น ที่มีการลงทุนแต่ละแห่งไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท







