
บิ๊กตลาดทุนพบสมคิด
ยันการซื้อขายเป็นไปตามกลไก พอร์ตบล.ไม่ทุบหุ้น
ยันการซื้อขายเป็นไปตามกลไก พอร์ตบล.ไม่ทุบหุ้น
โพสต์ทูเดย์ - บลจ.-ตลท.ยกทีมพบ “สมคิด” แลกเปลี่ยนข้อมูล ย้ำเป็นไปตามความต้องการขายความต้องการซื้อ นายกสมาคมโบรกเกอร์ยันพอร์ต บล.ไม่ทุบหุ้น
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า เมื่อเช้าวันที่ 14 ต.ค.ได้เข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลว่าผู้จัดการกองทุนมีความคิดเห็นอย่างไรในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นไปตามความต้องการซื้อและความต้องการขาย และไม่ได้เรียกไปปรับทัศนคติ ทั้งนี้รองนายกรัฐมนตรีได้เล่าข้อมูลของภาคธุรกิจหลังจากที่เดินทางกลับจากฝรั่งเศส
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ยืนยันว่า พอร์ตโบรกเกอร์ไม่ได้ทุบหุ้น เนื่องจากพอร์ตการลงทุนของ บล.ส่วนใหญ่ หรือมากกว่า 50% ต้องบริหารความเสี่ยงเพื่อรองรับการออกตราสารต่างๆ อย่างใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) หรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (สตรัคเจอร์โน้ต) โดยเฉพาะช่วงที่ภาวะตลาดหุ้นผันผวนสูงการออก DW ก็ยิ่งมาก บล.ต้องมีเงินเข้าไปบริหารมากขึ้นตามสถานการณ์
“ยืนยันว่า พอร์ต บล.ไม่น่าจะมีส่วนทุบหุ้น หรือทำให้หุ้นตก การซื้อขายหุ้นของบัญชี บล.มีเหตุผลรองรับเพียงพอ ต้องเข้าใจว่าพอร์ต บล.มีอยู่ 2 ประเภท เพื่อบริหารความเสี่ยงรองรับกับความหลากหลายของตราสารที่จะออกมาตามสภาพที่ควรจะเป็น กับมีไว้ซื้อขายหุ้นเหมือนนักลงทุนรายบุคคลทั่วไป แต่ส่วนใหญ่ก็จะมีทั้งมุมมองระยะยาวและระยะสั้น แต่ขนาดของพอร์ตไม่ส่งผลต่อการทุบหุ้นแน่นอน” นางภัทธีรา กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อเช้าวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา บริษัทหลักทรัพย์ไม่ได้เข้าพบรองนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด แต่ไม่อยากให้มีการมองตลาดทุนอย่างเข้าใจผิด เพราะที่ผ่านมาอุตสาหกรรมก็ช่วยดูแลกันอยู่แล้ว
ด้าน นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บัวหลวง ในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กว่า บลจ.ไม่ได้ถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียกเข้าพบเพื่อปรับทัศนติอย่างที่แชร์ในโลกออนไลน์ แต่รองนายกรัฐมนตรีได้เชิญเข้าพบ ซึ่ง บลจ.ใดจะไปก็ได้โดยมี 8 บลจ.เข้าพบ รองนายกรัฐมนตรีได้เล่าให้ฟังว่าความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจต่างประเทศที่มีต่อไทยเพิ่มขึ้น และเล่าถึงการเปลี่ยนผ่านในประเทศจะราบรื่น ส่วน บลจ.ก็เล่าถึงมุมมองของกองทุนต่ออนาคต และเล่าถึงคำถามของกองทุนต่างประเทศ แต่ไม่มีอะไรเชิงลบ
นอกจากนี้ ยังได้เรียนรองนายกรัฐมนตรีไปว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบาง บลจ.ก็ขายสุทธิ บาง บลจ.ก็ซื้อสุทธิ แต่เห็นกระแสเงินสดไหลเข้ากองทุนรวมหุ้นมากกว่าปกติ โดยเฉพาะกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) ในทุกวันที่ตลาดปรับตัวลดลงแรง
ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นภายหลังลงแรงในช่วง 3 วันก่อนหน้า โดยปิดตลาดวันที่ 14 ต.ค.ที่ 1,477.61 จุดเพิ่มขึ้น 64.79 จุด มูลค่าการซื้อขาย 105,762 ล้านบาท







