posttoday
ยอด‘เอฟดีไอ’แนวโน้มหดตัว ฉุดลงทุนเอกชนโตต่ำ

ยอด‘เอฟดีไอ’แนวโน้มหดตัว ฉุดลงทุนเอกชนโตต่ำ

13 ตุลาคม 2559

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเข้าไทยในไตรมาส 2 ปีนี้ มียอดคงค้าง 7.1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนเพียง 0.9% ขณะที่เดือน ส.ค. 2559 เอฟดีไอส่งสัญญาณหดตัวต่อเนื่องติดกันเป็นเดือนที่ 2 โดยเงินลงทุนโดยตรงจากประเทศญี่ปุ่นยังครองแชมป์ มียอดคงค้างเงินลงทุนสูงสุดในไทย ด้านเงินลงทุนจากเคย์แมน ไอส์แลนด์ หดตัว 12.8% 

ธปท. รายงานว่า ยอดคงค้างเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่เข้ามาในประเทศไทย (เอฟดีไอ) จำแนกตามรายประเทศในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา พบว่า มีวงเงินคงค้างรวม 2.04 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7.14 ล้านล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนเปิดตลาดวันที่ 10 ต.ค.ที่ระดับ 35.00 บาท/เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 1,820 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6.37 หมื่นล้านบาท อัตราการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 0.9%

อย่างไรก็ดี  ธปท.รายงานล่าสุดในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า เอฟดีไอมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจโลก และกลายเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้การลงทุนภาคเอกชนของไทยขยายตัวในอัตราต่ำ โดยเดือน ส.ค.ยอดเงินเอฟดีไอติดลบ 138 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4,830 ล้านบาท ติดลบเป็นเดือนที่ 2 ต่อเนื่องจากเดือน ก.ค.ที่ยอดเงินเอฟดีไอติดลบ 889 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.11 หมื่นล้านบาท แต่โดยภาพรวมแล้วนับจากต้นปีถึงปัจจุบันเอฟดีไอยังไหลเข้ามาลงทุนในไทยรวม 3,234 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.13 แสนล้านบาท

สำหรับประเทศที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกในไตรมาส 2 ปีนี้ คือ (1) ญี่ปุ่น มีวงเงินคงค้างรวม 7.07 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.5 ล้านล้านบาทบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 824 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.88 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราการขยายตัวเพียง 1.18% (2) สิงคโปร์ 2.95 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.03 ล้านล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน 445 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.55 หมื่นล้านบาท คิดเป็นการหดตัว 1.5%

(3) สหรัฐ 1.59 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.56 แสนล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 48.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,697 ล้านบาท คิดเป็นอัตราลดลง 0.3% (4) ฮ่องกง 1.49 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.21 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าเล็กน้อย 321 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.12 หมื่นล้านบาท คิดเป็นการขยายตัวที่ 2.21% และ (5) เนเธอร์แลนด์ 1.14 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.99 แสนล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 718 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท คิดเป็นการหดตัว 5.93% 

อย่างไรก็ดี หากพิจารณาการเข้ามาลงทุนของเอฟดีไอรายภูมิภาค จะพบว่า เม็ดเงินลงทุนจากกลุ่มประเทศอาเซียนเข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด มีวงเงินคงค้างรวม 3.32 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.16 ล้านล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 386 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.35 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราการหดตัว 1.15% โดยภูมิภาคนี้มีประเทศสิงคโปร์เข้ามาลงทุนมากที่สุด 2.95 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ อันดับสองเป็นมาเลเซีย 2,919 ล้านเหรียญสหรัฐ และถัดมาเป็นฟิลิปปินส์ 315 ล้านเหรียญสหรัฐ 

ขณะที่ภูมิภาคยุโรปมีเงินเข้ามาลงทุนในไทยรวม 2.89 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1 ล้านล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 681 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.3 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราขยายตัว 2.31% ขณะที่ภูมิภาคตะวันออกกลางเข้ามาลงทุนโดยตรงรวม 385 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.34 หมื่นล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 14 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 3.6%

ด้านประเทศเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาคเอเชียอย่างประเทศจีน มีการเข้ามาลงทุนในไทยรวม 3,415 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 164 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 5.06% ส่วนประเทศอินเดียเข้ามาลงทุนในไทยรวม 385 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.34 หมื่นล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 15 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 3.81% ประเทศบริติชเวอร์จิน เข้ามาลงทุนในไทยรวม 9,782 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 1,259 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 14.8% และเคย์แมน ไอส์แลนด์ เข้ามาลงทุนรวม 3,755 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.3 แสนล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 552 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 12.8% เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน