
‘ไทคอน’เครดิตดี
ทริสฯ มองบวก TICON เพิ่มทุนขายให้กลุ่ม FPHT ตระกูลสิริวัฒนภักดี หนี้ลดเร็วทุนใหม่แข็งแกร่งจะเป็นผลดีต่อเครดิตในอนาคต
ทริสฯ มองบวก TICON เพิ่มทุนขายให้กลุ่ม FPHT ตระกูลสิริวัฒนภักดี หนี้ลดเร็วทุนใหม่แข็งแกร่งจะเป็นผลดีต่อเครดิตในอนาคต
บริษัท ทริส เรทติ้ง เปิดเผยว่า การประกาศเพิ่มทุนของบริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) จำนวน 735 ล้านหุ้น เสนอขายในวงจำกัดให้แก่บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) หรือ FPHT ในราคาหุ้นละ 18 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1.32 หมื่นล้านบาท โดยการขายหุ้นเพิ่มทุนมีเงื่อนไขหลักคือ ขออนุมัติผ่อนผันการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด โดยอาศัยมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทที่จัดให้ประชุมในวันที่ 19 ธ.ค. 2559
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังมีมติให้ยกเลิกแผนการขายสินทรัพย์ให้แก่กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) มูลค่า 1,443 ล้านบาท ในช่วงปลายปี 2559 ด้วย บริษัทวางแผนจะนำเงิน 2 ใน 3 ส่วนของเงินเพิ่มทุนที่จะได้รับไปใช้ในการชำระหนี้เงินกู้ของบริษัท ส่วนที่เหลือจะสำรองไว้สำหรับการลงทุน
ทริสฯ มีมุมมองเชิงบวกต่อการประกาศแผนเพิ่มทุนของ TICON อย่างไรก็ตาม แผนการเพิ่มทุนนี้ยังคงขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท หากการเพิ่มทุนโดยกลุ่ม FPHT ประสบความสำเร็จจะส่งผลทำให้โครงสร้างทางการเงินของบริษัทปรับตัวดีขึ้นในปี 2560 เนื่องจากเงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนในครั้งนี้ ส่วนใหญ่บริษัทจะนำไปใช้ในการชำระคืนหนี้ อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนหลังการเพิ่มทุน คาดว่าจะปรับดีขึ้นไปอยู่ระดับประมาณ 40% ในปี 2560 ซึ่งต่ำกว่าระดับปัจจุบันที่ 63% FPHT จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทโดยถือหุ้นทั้งหมด 40% ขณะที่บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA) ผู้ถือหุ้นใหญ่เดิมจะถือหุ้นลดลงในสัดส่วน 26.1% จากเดิมที่ 43.6%
ผู้ถือหุ้นใหม่ (FPHT) จะมีอิทธิพลต่อทิศทางการดำเนินงานของบริษัทในอนาคต เนื่องจาก FPHT จะมีตัวแทนเป็นกรรมการ 3 คน จากคณะกรรมการของบริษัทที่มีอยู่ 8 คน และ FPHT จะส่งตัวแทนมาเข้าร่วมเป็นผู้บริหารของบริษัท ดังนั้นผลดีต่ออันดับเครดิตของบริษัทขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการลดหนี้ ทิศทางธุรกิจและนโยบายทางการเงิน ตลอดจนผลการดำเนินงานของบริษัทหลังจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ
ปัจจุบันเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ TICON ที่ระดับ “A-” ด้วยแนวโน้ม “Stable” หรือ “คงที่”
บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน (CNS) มองลบกับการเพิ่มทุนครั้งนี้ ระบุว่า ผลกระทบจากการลดลงของสัดส่วนการถือหุ้นและราคาหุ้นมีมากกว่าผลที่จะได้รับเม็ดเงินจากการเพิ่มทุนไปคืนหนี้ และเงินปันผลที่เกิดขึ้นในอนาคต จึงลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 7.70 บาท จากเดิม 10.50 บาท และบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA) ผลประโยชน์ที่ได้รับไม่ชัดเจนเบื้องต้นลดราคาเหลือ 4.79 บาท จาก 5.10 บาท







