
ธปท.ประกาศเลื่อนให้บริการพร้อมเพย์
ธปท.เลื่อนเปิดให้บริการพร้อมเพย์เป็นไตรมาสแรกปี2560 เหตุต้องการให้ธนาคารมีความพร้อมในการให้บริการ และทดสอบระบบให้ปลอดภัย
ธปท.เลื่อนเปิดให้บริการพร้อมเพย์เป็นไตรมาสแรกปี2560 เหตุต้องการให้ธนาคารมีความพร้อมในการให้บริการ และทดสอบระบบให้ปลอดภัย
เมื่อวันที่ 12 ต.ค. น.ส.สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกแถลงเรื่องความคืบหน้าการพัฒนาบริการโอนเงินผ่านหมายเลขมือถือหรือเลขบัตรประชาชน หรือที่เรียกว่า "ระบบพร้อมเพย์" ระบุว่า จากการประชุมติดตามความคืบหน้าการพัฒนาระบบพร้อมเพย์ เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่า การที่สมาคมธนาคารไทยและธนาคารที่เข้าร่วมโครงการเสนอให้เลื่อนการเปิดให้บริการพร้อมเพย์ สำหรับธุรกรรมระหว่างบุคคลหรือการโอนเงินระหว่างบุคคล จากเดิมที่จะเริ่มเปิดให้บริการภายในสิ้นเดือนต.ค.ปีนี้ ออกไปเป็นไตรมาสแรกของปี 2560 น่าจะเป็นเป็นแนวทางที่เหมาะสม
“เพื่อให้มีระยะเวลาเพียงพอสำหรับการทดสอบระบบให้มีความเสถียร และมีประสิทธิภาพในการให้บริการอย่างต่อเนื่องในระยะยาว มีความพร้อมและมีความปลอดภัยต่อการให้บริการประชาชน และสามารถรองรับธุรกรรมจำนวนมากในอนาคตได้ ตลอดจนให้ทุกธนาคารที่ให้บริการสามารถเตรียมการภายในให้มีความพร้อมในการบริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่ มีการอบรมพนักงาน ทั้งที่สาขาธนาคาร และคอลเซ็นเตอร์ รวมทั้งมีการเตรียมการเกี่ยวกับการดูแล และคุ้มครองผู้ใช้บริการที่เป็นธรรม ตลอดจนมีการกำหนดระยะเวลาแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าอย่างเหมาะสม ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับประชาชนในการเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างทั่วถึงและสะดวกในระยะยาว”แถลงการธปท.ระบุ
อย่างไรก็ดี สำหรับการโอนเงินสวัสดิการ จากภาครัฐสู่ประชาชนระบบพร้อมเพย์มีความพร้อมให้บริการได้ในไตรมาส 4 ปีนี้
ทั้งนี้ ธปท.จะติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อดูแลให้ทุกธนาคารมีระบบที่มั่นคงปลอดภัยและสามารถเปิดให้บริการพร้อมกัน รวมทั้งการเตรียมความพร้อมด้านการสื่อสารผ่านสาขา และคอลเซ็นเตอร์เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าอย่างทั่วถึงต่อไป
จากการหารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทย ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ และบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ (NITM) เพื่อติดตามความคืบหน้าของการทดสอบระบบ ในช่วงที่ผ่านมาได้เห็นร่วมกันว่าการทดสอบระบบให้รอบด้านและมีความพร้อมทุกธนาคารก่อนเปิดใช้บริการมีความสำคัญมาก เนื่องจากความปลอดภัยความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือของการทำธุรกรรมทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดของระบบสถาบันการเงิน ดังนั้น จึงควรทำการทดสอบระบบทุกอย่างให้ละเอียด รอบด้าน และที่สำคัญต้องให้ทุกธนาคารที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมในการเปิดให้บริการพร้อมกันได้หลากหลายช่องทาง รวมทั้งสามารถรองรับปริมาณธุรกรรมที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคตได้ด้วย
ทั้งนี้ โครงการให้บริการระบบพร้อมเพย์ ที่กระทรวงการคลัง ธปท.ธนาคารพาณิชย์ไทย สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศได้ร่วมพัฒนาบริการ เพื่อเป็นระบบพื้นฐานรองรับบริการโอนและชำระเงินของประเทศ ซึ่ง ธปท.ได้ติดตามการพัฒนาและทดสอบระบบพร้อมเพย์ของธนาคารที่เข้าร่วมโครงการมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้หารือร่วมกันทุกสัปดาห์เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ตามแผนที่วางไว้ ระบบพร้อมเพย์เป็นโครงการขนาดใหญ่มีธนาคารเข้าร่วม 21 ธนาคาร และมีช่องทางการให้บริการหลากหลาย ได้แก่ เอทีเอ็ม โมบายแบงก์กิ้ง และอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง ตลอดจนมีผู้สนใจลงทะเบียนใช้บริการเป็นจำนวนมาก
นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า จากการที่ธนาคารต่าง ๆ ได้ร่วมกันพัฒนาระบบพร้อมเพย์ เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับบริการโอนและชำระเงินของประเทศ ทำให้ประชาชนสามารถรับเงินโอนได้อย่างสะดวก ปลอดภัย ประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งของผู้โอนและส่วนรวมของประเทศ ซึ่งทุกธนาคารได้ให้ความสำคัญและร่วมมือกับภาครัฐในการเร่งดำเนินการ โดยขณะนี้มี 21 ธนาคารเข้าร่วมโครงการ และจะให้บริการผ่าน 3 ช่องทาง คือ ATM, Mobile Banking และ Internet Banking
ปัจจุบันทุกธนาคารได้พัฒนาบริการพร้อมเพย์ในส่วนของแต่ละธนาคารแล้วเสร็จ และได้เริ่มเข้าสู่การทดสอบ โดยเป็นการทดสอบการเชื่อมโยงระบบระหว่างธนาคารต่าง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ กับระบบกลางและการโอนเงินระหว่างธนาคารในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งพบว่าการทดสอบระบบเพื่อให้ครบทุกธนาคาร และทุกช่องทางที่ให้บริการ รวมทั้งให้ครอบคลุมกรณีตัวอย่างต่าง ๆ ใช้เวลามากกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากเป็นระบบใหญ่ เชื่อมโยงหลายธนาคาร และมีช่องทางให้บริการที่หลากหลาย
สมาคมธนาคารไทยตระหนักว่าระบบที่ใช้ทำธุรกรรมทางการเงินของสถาบันการเงินถือว่ามีความสำคัญสูงสุด ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงได้ร่วมมือและทุ่มเทกำลังเพื่อทดสอบและปรับปรุงระบบให้สามารถเชื่อมต่อและทำรายการระหว่างธนาคารได้อย่างสมบูรณ์ รองรับรายการทางการเงินหลากหลายแบบได้ตามแผนที่วางไว้ โดยมุ่งให้ทุกธนาคารในโครงการสามารถเริ่มให้บริการได้อย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อให้มีเวลาในการทดสอบอย่างครบถ้วน
ในการประชุมติดตามความคืบหน้าการพัฒนาระบบพร้อมเพย์ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2559 สมาคมธนาคารไทย ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ และ NITMX จึงได้หารือกับ ธปท. ซึ่งได้ติดตามและร่วมแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิดมาตลอด และเสนอให้เลื่อนการเปิดบริการพร้อมเพย์สำหรับธุรกรรมระหว่างบุคคลไปเป็นไตรมาสแรกปี 2560 เพื่อให้มีระยะเวลาเพียงพอสำหรับการทดสอบระบบให้มีความเสถียรและมีประสิทธิภาพในการให้บริการอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดย ธปท. เห็นชอบด้วยกับการปรับแผนดังกล่าว เพื่อให้มั่นใจว่าระบบจะสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างถูกต้อง ผู้ใช้บริการมีความมั่นใจ และสามารถรองรับธุรกรรมจำนวนมากในอนาคตได้
อย่างไรก็ดี ในส่วนของระบบการโอนเงินด้านสวัสดิการจากภาครัฐให้ประชาชนผ่านบริการพร้อมเพย์ สามารถให้บริการได้ในไตรมาส 4 ปี 2559 นี้
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาธุรกรรมชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์มีทิศทางเติบโตแบบก้าวกระโดดทุกปี ในขณะที่ประชาชนผู้ใช้บริการก็มีความคาดหวังที่จะได้รับบริการที่ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย และถูกต้อง 100% ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพสูง และทุกธนาคารก็มีเป้าหมายที่จะพัฒนาบริการพร้อมเพย์ให้เป็นบริการที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนคนไทยและมีความทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย โดยการทดสอบระบบอย่างละเอียด ครบถ้วน ตามแผนการทดสอบ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้มั่นใจว่าทุกธนาคารสามารถเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดให้บริการพร้อมกันทั้งระบบได้อย่างราบรื่น และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ







