posttoday
ทรัมป์เจอศึกหนัก รีพับลิกันปลุกกระแสปลด

ทรัมป์เจอศึกหนัก รีพับลิกันปลุกกระแสปลด

10 ตุลาคม 2559

ก่อนการเปิดศึกดีเบตรอบที่สองระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน และฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนจากเดโมแครต ในวันนี้ เวลาประมาณ 08.30 น. นักการเมืองพรรครีพับลิกันหลายคนออกมาแสดงความเห็นต่อต้านทรัมป์หลังมีการเปิดเผยคลิปวิดีโอที่ทรัมป์กล่าวถ้อยคำหยาบคายในทางเพศต่อสตรีเมื่อปี 2005

ก่อนการเปิดศึกดีเบตรอบที่สองระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน และฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนจากเดโมแครต ในวันนี้ เวลาประมาณ 08.30 น. นักการเมืองพรรครีพับลิกันหลายคนออกมาแสดงความเห็นต่อต้านทรัมป์หลังมีการเปิดเผยคลิปวิดีโอที่ทรัมป์กล่าวถ้อยคำหยาบคายในทางเพศต่อสตรีเมื่อปี 2005

“ผมเคยคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องยอมรับความจริงที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะเสียงส่วนใหญ่ในคณะผู้แทนตามกฎที่พรรคได้ตั้งไว้ แต่พฤติกรรมของโดนัลด์ ทรัมป์ ในอาทิตย์นี้ ทั้งกรณีความคิดเห็นที่ไม่ให้เกียรติสตรี และคุยโวในเชิงคุกคามทางเพศ ทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะสนับสนุนทรัมป์เป็นตัวแทนพรรค” จอห์น แมคเคน วุฒิสภาจากแอริโซนาและอดีตผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี 2008 กล่าว

ไม่ใช่เพียงแมคเคนเท่านั้น แต่สมาชิกพรรคอีกอย่างน้อย 36 คน ไม่เห็นด้วยต่อการกระทำของทรัมป์ เช่น อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์ อดีตผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย และ จอห์น ธูน วุฒิสมาชิกจากเซาท์ดาโคตา ซึ่งอาวุโสที่สุดในพรรคเรียกร้องให้ทรัมป์ถอนตัวจากการเป็นตัวแทนและหลีกทางให้ ไมค์ เพนซ์ ผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีพรรคขึ้นชิงตำแหน่งผู้นำแทน

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า คณะกรรมการรีพับลิกัน (อาร์เอ็นซี) ต้องระงับการรณรงค์หาเสียงผ่านทางอีเมลชั่วคราว เพื่อพิจารณาเหตุการณ์ รวมถึงพิจารณาเปลี่ยนข้อความในอีเมลหาเสียง โดยซีเอ็นเอ็นยังรายงานอ้างแหล่งข่าวภายในพรรครีพับลิกันอีกด้วยว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรค เช่น พอล ไรอัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร และมิตช์ แมคคอนเนลล์ หัวหน้าฝ่ายเสียงข้างมากในวุฒิสภา เห็นด้วยกับการให้ทรัมป์ถอนตัวจากการเลือกตั้ง

ขณะที่หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานอ้าง เรียนซ์ ปรีบาส ประธานอาร์เอ็นซี ว่า อาร์เอ็นซีได้สั่งให้รีพับลิกันนำเงินทุนไปทุ่มให้กับการเลือกตั้งตำแหน่งอื่นที่สำคัญรองจากประธานาธิบดีแทนการให้ทรัมป์

อย่างไรก็ตาม ฌอง สไปเซอร์ส หัวหน้ากลยุทธ์ของอาร์เอ็นซี ปฏิเสธเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง

ปลดทรัมป์พ้นตัวแทนยาก

ด้านทรัมป์ออกโรงปฏิเสธว่า ไม่มีการเรียกร้องให้ต้องถอนตัวแต่อย่างใด และจะไม่มีวันถอนตัวจากศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งนี้ รวมถึงยังมีโอกาสชนะการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.นี้ โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ขอโทษต่อกรณีคำพูดที่กล่าวไว้ในปี 2005 และให้สัญญาว่าจะเป็นบุคคลที่ดีกว่าเดิมให้ได้

ซีเอ็นเอ็นรายงานอ้างแหล่งข่าวในพรรครีพับลิกันว่า หนทางหนึ่งในการปลดทรัมป์ออกจากตำแหน่งตัวแทนคือยุติข้อตกลงในการเพิ่มทุนหาเสียง ระหว่างอาร์เอ็นซีกับทีมหาเสียงของทรัมป์ เพื่อที่อาร์เอ็นซีจะได้ทุ่มเทให้กับการเลือกตั้งในตำแหน่งอื่นและกระตุ้นให้ผู้บริจาคซึ่งไม่ชื่นชอบทรัมป์สนับสนุนพรรคต่อไป

อย่างไรก็ตาม การลงคะแนนเสียงล่วงหน้าเริ่มไปแล้วในบางรัฐ ขณะที่ใบลงคะแนนเสียงก็ได้รับการตีพิมพ์เรียบร้อยและล่วงเลยเดดไลน์สำหรับการแก้ไขในหลายรัฐ ทำให้การปลดทรัมป์ออกจากตำแหน่งตัวแทนพรรคแทบเป็นไปไม่ได้ โดยแม้จะมีระบบที่พรรคสามารถเลือกผู้แทนคนใหม่ขึ้นมาได้ แต่ยังไม่มีระบบเรียกคืนคะแนนเสียงที่ลงไปแล้วในการเลือกตั้งล่วงหน้าและให้ผู้คนเหล่านั้นลงคะแนนเสียงใหม่

“ผมไม่คิดว่าการปลดทรัมป์จะเป็นทางเลือกหนึ่ง เอาจริงๆ นะ ใบลงคะแนนเสียงพิมพ์เรียบร้อย ผู้คนออกไปลงคะแนนเสียงแล้ว พวกเราก็ต้องอยู่กับมันต่อไป” แหล่งข่าวคนหนึ่งระบุ

เปิดช่องฮิลลารีโจมตี

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ทีมหาเสียงของฮิลลารียังไม่รีบร้อนมากนักในการโจมตีทรัมป์ในประเด็นการกล่าวถ้อยคำหยาบคายต่อเพศหญิงเมื่อปี 2005 หลังสมาชิกพรรครีพับลิกันต่างประกาศถอนการสนับสนุนทรัมป์

ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า ทีมหาเสียงของฮิลลารีได้ปรับการเตรียมตัวดีเบตหลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอของทรัมป์ โดยฮิลลารีจะไม่โต้ตอบทรัมป์ก่อนการดีเบตจะเริ่มขึ้น และจะโจมตีทรัมป์ในเรื่องคำพูดเมื่อปี 2005 ผ่านการกล่าวสุนทรพจน์ในตอนเริ่มต้นดีเบต เนื่องจากการแสดงจุดยืนในการดีเบต ซึ่งคาดจะมีผู้ชมมากกว่า 80 ล้านคน จะสร้างผลกระทบได้มากกว่า

การโจมตีสตรียังทำให้ทรัมป์เสียฐานเสียงของสตรีชาวอเมริกันอีกด้วย โดยนิวยอร์กไทมส์รายงานว่า สตรีบางส่วนระบุว่า ไม่แปลกใจเลยที่เศรษฐีรวยและมีอำนาจอย่างทรัมป์จะตัดสินสตรีจากภายนอกและบรรยายสตรีเสมือนวัตถุทางเพศ

“ฉันโกรธมากที่ต้องปกป้องลูกสาวจากข่าวพวกนี้ แม้ว่าเธอจะสนใจในด้านการเมืองอย่างเห็นได้ชัด ฉันเชื่อเลยว่า ยังมีผู้ชายอีก 1 คนข้างนอกนั้น คิดเห็นเช่นเดียวกับทรัมป์ ฉันแค่ไม่อยากจะให้ความคิดนั้นยังคงอยู่กับฉันไปอีกตลอด 4 ปีข้างหน้า” แซนดร้า ทราฟตัน วัย 46 ปี เปิดเผยกับนิวยอร์กไทมส์

อย่างไรก็ตาม นิวยอร์กไทมส์ระบุว่า สตรีบางส่วนให้อภัยทรัมป์ เนื่องจากเรื่องเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2005 และมนุษย์สามารถเปลี่ยนความคิดได้เมื่อเวลาผ่านไปหรืออายุมากขึ้น ด้าน เมลาเนีย ทรัมป์ ภรรยาของทรัมป์ ระบุว่า แม้สิ่งที่สามีพูดจะเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ แต่อยากให้ทุกคนรับคำขออภัยของทรัมป์

ทั้งนี้ ผลสำรวจของรอยเตอร์ส/อิปซอส พบว่า ฮิลลารีนำทรัมป์อยู่ที่ 43% ต่อ 38% โดยเก็บความคิดเห็นนับตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.-6 ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์จะเปิดเผยคลิปวิดีโอของทรัมป์เมื่อปี 2005 เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี ผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ยังยากจะคาดเดา โดยการทำผลสำรวจทุกครั้ง รอยเตอร์สระบุว่า 1 ใน 5 ของชาวอเมริกันจะไม่เลือกผู้สมัครทั้งสองราย และมักเลือกตัวเลือกอื่น เช่น ผู้สมัครอื่นๆ ไม่ออกไปลงคะแนนเสียง หรือปฏิเสธที่จะลงคะแนนเสียงให้ใคร โดยนับเป็นตัวเลขที่สูงกว่าผลสำรวจเดียวกันในปี 2012 ถึง 2 เท่า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท