
บจ.ระดมเงิน2หมื่นล.
บจ.ยังกระหน่ำระดมเงินจากตลาดตราสารหนี้เดือน ต.ค. ยื่นหุ้นกู้พ่วงตั๋วบี/อี กว่า 2 หมื่นล้าน ด้าน BTSC จ่อออก 2 หมื่นล้าน
บจ.ยังกระหน่ำระดมเงินจากตลาดตราสารหนี้เดือน ต.ค. ยื่นหุ้นกู้พ่วงตั๋วบี/อี กว่า 2 หมื่นล้าน ด้าน BTSC จ่อออก 2 หมื่นล้าน
บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ยังคงใช้การระดมเงินจากตลาดตราสารหนี้ ด้วยการออกและเสนอขายหุ้นกู้รวมถึงตั๋วเงินระยะสั้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเดือน ต.ค. มี บจ.ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) เพื่อเสนอขายหุ้นกู้และตั๋วเงินรวมกว่า 1. 71 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) จะขายหุ้นกู้วงเงิน 1,000 ล้านบาท อายุ 3 ปี จ่ายดอกเบี้ย 3.50% บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ ขายหุ้นกู้ 2 ปี แบ่งเป็นหุ้นกู้วงเงิน 1,000 ล้านบาท อายุ 2 ปี จ่ายดอกเบี้ย 3.60% และหุ้นกู้วงเงิน 1,500 ล้านบาท อายุ 3 ปี จ่ายดอกเบี้ย 3.80% บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ (A) ขายหุ้นกู้วงเงิน 646 ล้านบาท อายุ 2 ปี จ่ายดอกเบี้ย 5%
นอกจากนี้ การออกตั๋วเงินระยะสั้น (บี/อี) อายุไม่เกิน 270 วัน มีบริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ (CHOW) ซึ่งมีวงเงินคงค้างตามโครงการ 5,000 ล้านบาท บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) วงเงิน 3,000 ล้านบาท และบริษัทอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) จะขายตั๋วบี/อีวงเงิน 5,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของ ANAN ได้เสร็จสิ้นการขายหุ้น 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็นชุดที่ 1 วงเงิน 1,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3.05% ชุดที่ 2 วงเงิน 500 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3.50%และชุดที่ 3 วงเงิน 1,500 ล้านบาทดอกเบี้ย 4%
ด้านบริษัท ทริส เรทติ้ง ประกาศจัดอันดับหุ้นกู้ ไม่ด้อยสิทธิไม่มีประกันให้กับบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ที่ A แนวโน้มคงที่ บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ไปใช้ในการจัดซื้อรถไฟฟ้าและลงทุนในระบบไฟฟ้าและเครื่องกลโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต อันดับเครดิต สะท้อนผลงานของบริษัท ซึ่งเป็นที่ยอมรับในการเป็นผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้ารายแรกในประเทศไทย มีอัตรากำไรในระดับสูง และสม่ำเสมอจากการให้บริการเดินรถไฟฟ้าและธุรกิจสื่อโฆษณา และมีโอกาสสูงในการได้รับสัญญาบริการเดินรถและซ่อมบำรุงสำหรับโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว
ทั้งนี้ การลงทุนระบบไฟฟ้าและเครื่องกลของโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวจะเป็นการช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของสถานะทางธุรกิจของบริษัทแต่สถานะทางการเงินของบริษัทคาดว่าจะอ่อนตัวลง เมื่อเทียบกับประมาณการที่ผ่านมา โดยภาระหนี้ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงการลงทุนและจะปรับตัวลงหลังจากการโอนระบบไฟฟ้าและเครื่องกลให้กับบริษัท กรุงเทพธนาคมเป็นบริษัทย่อยของกรุงเทพฯ และเป็นผู้ว่าจ้างและเจ้าของโครงการในปี 2563 และโอกาสในการปรับขึ้นเครดิตมีจำกัดเพราะแผนการลงทุนใน2-3 ปีข้างหน้า
เมื่อเดือน มิ.ย. 2559 บริษัทได้ลงนามสัญญากับบริษัท กรุงเทพธนาคม ในการซื้อ-ขายและติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกลสำหรับโครงการรถไฟฟ้าส่วนขยายมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านบาท
ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2559 อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนอยู่ที่ 6.8% และคาดว่าสถานะทางการเงินของบริษัทในอนาคตจะอ่อนตัวลงจากระดับปัจจุบัน
สำหรับปี 2560-2562 คาดว่ารายได้จะอยู่ระหว่าง 5,000-6,500 ล้านบาทโดยที่อัตรากำไรจากการดำเนินงานจะอยู่ในระดับที่สูงกว่า 40% เนื่องจากบริษัทมีแผนที่จะออกหุ้นกู้ชุดใหม่ในการจัดซื้อรถไฟฟ้า บริษัทมีสภาพคล่องที่แข็งแกร่งจากการมีเงินสดในมือ 1,660 ล้านบาท รวมถึงเงินลงทุนระยะยาว 5,882 ล้านบาท แม้ว่ากระแสเงินสดจะปรับตัวลดลงอย่างมากหลังจากการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางรางบีทีเอสโกรท (BTSGIF) แต่อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมก็ปรับตัวดีขึ้นจาก 43.3% ในปีงบประมาณ 2556 เป็น 101.7% ในปีงบประมาณ2559







