
งานศพชาวเมียนมา
เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาพูดถึงงานแต่งงานของชาวเมียนมาแล้ว วันนี้อยากจะเล่าถึงงานศพของชาวเมียนมาบ้างครับ เพราะเขาจะไม่ค่อยให้ความสำคัญมากนัก ไม่เหมือนคนไทย ถ้างานศพเรามักจะให้ความสำคัญมาก เพราะว่าเป็นงานสุดท้ายที่เราจะต้องมาไว้อาลัยให้กับผู้วายม์ชน ขณะที่เมียนมาเขาไม่ได้คิดเหมือนเรา เขาจะให้ความสำคัญกับคนเป็นมากกว่าคนตายครับ คงจะเป็นเพราะคนตายไม่มีอนาคตแล้วกระมังครับ
เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาพูดถึงงานแต่งงานของชาวเมียนมาแล้ว วันนี้อยากจะเล่าถึงงานศพของชาวเมียนมาบ้างครับ เพราะเขาจะไม่ค่อยให้ความสำคัญมากนัก ไม่เหมือนคนไทย ถ้างานศพเรามักจะให้ความสำคัญมาก เพราะว่าเป็นงานสุดท้ายที่เราจะต้องมาไว้อาลัยให้กับผู้วายม์ชน ขณะที่เมียนมาเขาไม่ได้คิดเหมือนเรา เขาจะให้ความสำคัญกับคนเป็นมากกว่าคนตายครับ คงจะเป็นเพราะคนตายไม่มีอนาคตแล้วกระมังครับ
ผมเคยไปร่วมงานศพมาสี่ห้างานครับ แต่ละงานจะสร้างความประหลาดใจให้ผมมากเลยครับ เอางานแรกก่อน เป็นงานศพของคุณพ่อท่านผู้ใหญ่ในบ้านเมืองท่านหนึ่ง ซึ่งนับถือกันมาก ตอนท่านมีชีวิตอยู่ ผมไปทานข้าวบ้านผู้ใหญ่เป็นประจำ และจะเคยเจอผู้ตายหลายครั้ง พอทราบข่าวท่านเสียชีวิต สิ่งแรกที่ผมทำคือให้ผู้ช่วยสั่งพวงหรีดไปแสดงความไว้อาลัยท่าน ปรากฏว่าวันนั้นทั้งวันผู้ช่วยผมวิ่งหาซื้อพวงหรีดยากมาก
ก่อนถึงวันที่จะเป็นวันส่งศพ ผมบินตรงจากไทยเพื่อไปร่วมงาน คิดว่าเขาจะสวดศพ ไปถามเพื่อน เขาบอกว่าไม่มี วันส่งศพเขานัดส่งศพบ่ายโมง สิบเอ็ดโมงเช้าเพื่อนโทรมาบอกว่าให้ไปที่โรงพยาบาล ศพตั้งอยู่ที่ศาลาด้านหลังโรงพยาบาล พอใกล้ๆ เวลาส่งศพ เขาก็จะนำโลงศพมาบรรจุ พระสักรูปก็ไม่เห็นครับ ศพเคลื่อนขบวนไปที่สุสานเม็งกะลาดอง ไปเป็นขบวนรถยี่สิบกว่าคัน ทั้งรถใหญ่รถเล็ก คงเป็นเพราะลูกชายท่านเป็นนายพลใหญ่ครับ เลยมีขบวนยาวเหยียด พอขบวนไปถึงสุสาน ผมเกิดปวดฉี่ขึ้นมาจึงวิ่งไปหาที่ฉี่ ส้วมไม่มีครับที่สุสาน ต้องไปไกลนิดหาที่เปลี่ยวๆ พอกลับมาถึง (คิดว่าไม่เกินสิบห้านาที) เพื่อนบอกคุณไปไหนมา เขาทำพิธีเสร็จแล้ว กลับบ้านได้ อ้าว...อะไรกันนี่ เร็วจัง
งานต่อๆ มา ผมเริ่มเป็นงานครับ แต่งานต่อมาเป็นงานศพของพ่อพนักงานที่บริษัท เช่นเคยครับ ศพเขาไม่เอาไปที่วัด แต่เขาจะไว้ที่โรงพยาบาล แล้วจึงนัดวันส่งศพ สวดศพเขาจะนิมนต์พระมาสวดที่บ้านตอนกลางคืนครับ พระสวดเร็วมาก สวดเสร็จกลับวัดเลย พอวันนัดส่งศพ สัปเหร่อมารับศพที่ศาลาพักศพ บรรจุที่ศาลาเลยครับ พอมารับศพก็จะมีเจ้าหน้าที่สองคนหามกังสดาลอันใหญ่ๆ เดินไปเคาะกังสดาลไป เสียงดังกังวานตลอดทางเดิน พอไปถึงก็เป็นอันเสร็จพิธี ทุกคนกลับบ้านได้ ที่เหลือเป็นหน้าที่ของสัปเหร่อ งานง่ายจริงๆ
ในเมืองย่างกุ้ง เท่าที่ผมไปงานศพมา มีสุสานอยู่สองแห่งเท่านั้นครับ คือที่เม็งกะลาดอง กับที่ด้านอีกฝั่งของแม่น้ำย่างกุ้ง เลยนิคมอุตสาหกรรมลันตะย่าไปอีกสิบกว่ากิโล เตาเผาแต่ละที่ก็มีประมาณสิบกว่าเตา เตาจะไม่ว่างเลยครับ ศพนั้นเข้า อีกสิบนาทีเดี๋ยวอีกศพเข้าอีกแล้ว
ส่วนคนที่ไปร่วมงาน เห็นเขาใส่เสื้อผ้าหลากสีสันมาก ที่เมียนมาไม่ถือกันครับ แต่เขาจะถือกันมากคือจะไม่แต่งหน้า และไม่เอาดอกไม้มาทัดผมไปร่วมงานศพครับ และที่ไม่ฝังศพ เพราะที่ย่างกุ้งที่ดินแพง จึงต้องเผาอย่างเดียว ส่วนต่างจังหวัดนั้น ถ้าเป็นคนรวยต้องเผา ถ้าเป็นคนจนถึงจะฝัง เพราะไม่ต้องใช้เงินครับ เออแหะ ช่างคิดต่างกับบ้านเรานะ เป็นงั้นไป







