posttoday
แบงก์แข่งดุชิงลูกค้าญี่ปุ่น

แบงก์แข่งดุชิงลูกค้าญี่ปุ่น

03 ตุลาคม 2559

กรุงศรีหั่นราคา ตั้งหน้ากวาดลูกค้าญี่ปุ่นเข้าพอร์ต ด้านแบงก์ใหญ่รับสภาพถูกแย่งส่วนแบ่งตลาด

กรุงศรีหั่นราคา ตั้งหน้ากวาดลูกค้าญี่ปุ่นเข้าพอร์ต ด้านแบงก์ใหญ่รับสภาพถูกแย่งส่วนแบ่งตลาด

แหล่งข่าวธนาคารพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการแข่งขันดึงลูกค้าบริษัทญี่ปุ่นอย่างดุเดือดจากนโยบายของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นธนาคารโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (บีทีเอ็มยู) ที่ต้องการรุกขยายฐานลูกค้าบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทย ภายใต้เป้าหมายพาธนาคาร กรุงศรีอยุธยาก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ (ท็อปเทียร์แบงก์) ภายใน 3 ปี

นอกจากนี้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยามีความได้เปรียบเรื่องต้นทุนต่ำ เนื่องจากนโยบายดอกเบี้ยติดลบของญี่ปุ่น ทำให้มีแหล่งที่มาทางการเงินถูกมากเมื่อเทียบกับธนาคารไทยสามารถใช้กลยุทธ์แข่งขันด้านราคาที่เข้มข้น เพื่อจูงใจลูกค้าสัญชาติญี่ปุ่นและธุรกิจเอสเอ็มอีที่เป็นซัพพลายเชนกับญี่ปุ่น เช่น ดีลเลอร์รถยนต์ รวมไปถึงลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่รายอื่นๆ เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงเทพได้รับผลกระทบมากที่สุดจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรงดังกล่าว เพราะมีฐานลูกค้าบริษัทญี่ปุ่นมากที่สุด ส่งผลกระทบทั้งแง่รายได้ที่ลดลงจากการแข่งขันดอกเบี้ย และส่วนแบ่งพอร์ตลูกค้าลดลง รวมถึงอาจจะมีฐานลูกค้าที่หายไป

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การที่ดอกเบี้ยญี่ปุ่นติดลบเป็นโอกาสที่ธนาคารญี่ปุ่นจะนำมาปล่อยกู้สร้างกำไรในประเทศที่ดอกเบี้ยสูงกว่า (อาร์บิตราจ) แต่ลูกค้าบริษัทญี่ปุ่นก็ยังคงใช้บริการธนาคารท้องถิ่นอยู่ เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง

“ทางลูกค้าญี่ปุ่นในไทยก็มีมาบอกตรงๆ ว่าได้รับข้อเสนอราคามาแบบนี้สู้ได้ไหม ถ้าไม่ได้ก็ขอไปแบงก์ที่ให้ดอกเบี้ยต่ำกว่า ซึ่งเข้าใจได้เพราะยอมรับว่าทุนเราสู้ดอกเบี้ยติดลบของญี่ปุ่นไม่ได้ ไม่ว่าแบงก์ไทยจะระดมทุนในประเทศหรือต่างประเทศไทย อัตราดอกเบี้ยจะต้องขึ้นกับเรตติ้งประเทศด้วย” แหล่งข่าวเปิดเผย

นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การที่ธนาคารญี่ปุ่นหรือธนาคารที่มีผู้ถือหุ้นเป็นญี่ปุ่นดึงลูกค้าบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นไปใช้บริการทางการเงินนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเดิมบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยได้รับเงินทุนจากบริษัทแม่มาใช้ทำธุรกิจและลงทุน จากนั้นธนาคารพาณิชย์ไทยเห็นโอกาส จึงเข้าไปรุกสนับสนุนทางการเงินลูกค้าบริษัทญี่ปุ่น

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ญี่ปุ่นประกาศใช้ดอกเบี้ยนโยบายติดลบ 0.1% มาตั้งแต่เดือน ก.พ. 2559 ทำให้ธนาคารสัญชาติญี่ปุ่นนำเงินทุนที่ต้นทุนต่ำนำเงินมาหาผลตอบแทนผ่านเครือข่ายต่างประเทศรวมทั้งประเทศไทย ส่งผลให้การแข่งขันราคารุนแรงมากขึ้นในกลุ่มลูกค้าธุรกิจญี่ปุ่นหรือธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับญี่ปุ่น

“ธนาคารไทยก็ต้องรับไปตามสภาพ เพราะแข่งขันดอกเบี้ยไม่ไหว เนื่องจากต้นทุนการเงินเราสูงกว่าทุนญี่ปุ่น จึงไม่แปลกที่อาจจะถูกแชร์ไปที่อื่นไปบ้าง เพราะเราก็ต้องรักษาส่วนต่างดอกเบี้ย ขณะที่ลูกค้าเองรู้ดีว่าต้องกระจายความเสี่ยงไม่กระจุกสินเชื่อที่แบงก์ใดแบงก์หนึ่ง” นายพัชร กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท