
เล็งตั้งกองทุนแหลมฉบัง
กทท.เล็งตั้งกองทุน-ระดมเงินผ่าน Thailand Future Fund รวม 8 หมื่นล้าน สร้างท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3
กทท.เล็งตั้งกองทุน-ระดมเงินผ่าน Thailand Future Fund รวม 8 หมื่นล้าน สร้างท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3
ร.อ.สุทธินันท์ หัตถวงษ์ ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ออกแบบแผนก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแค่ปรับรายละเอียดต้นแบบและรอการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ใช้เวลาราว 1 ปี
อย่างไรก็ตาม การลงทุนดังกล่าวต้องใช้งบประมาณถึง 8.3 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ต้องพิจารณาทางเลือกการลงทุนระหว่างการร่วมทุนแบบพีพีพีกับให้เอกชนลงทุนทั้งหมด อย่างไรก็ดี การท่าเรือฯ มีแนวโน้มที่จะตั้งกองทุนเพื่อระดมทุนในการก่อสร้าง รวมถึงการใช้กองทุนของรัฐบาลอย่าง Thailand Future Fund เพื่อให้โครงการดังกล่าวเดินหน้าก่อสร้างได้ในปี 2563 และเสร็จตามกำหนดในปี 2568
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นการยกระดับการขนส่งทางน้ำของประเทศให้ทัดเทียมกับท่าเรือระดับโลกอย่างท่าเรือปูซานในเกาหลีใต้ หรือแม้แต่ท่าเรือของสิงคโปร์ เนื่องจากในเฟส 3 มีการขุดร่องน้ำเดินเรือใหม่ให้ลึกถึง 18.5 เมตร จากเดิมในเฟส 2 อยู่ที่ 16 เมตร ตลอดจนขยายความกว้างของช่องเดินเรือเป็น 900 เมตร เพื่อเพิ่มปริมาณการรองรับเรือขนาดใหญ่ให้สามารถกลับลำเรือได้
สำหรับโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือ D1 นั้น จะแล้วเสร็จในปลายปี 2560 จากนั้นจะเร่งดำเนินการพัฒนาท่าเทียบเรือ D2 และ D3 ให้เสร็จภายในปี 2562 โดยใช้เวลาก่อสร้างอย่างน้อยท่าละ 1 ปี ส่วนด้านท่าเทียบเรือ D4 นั้นจะนำไปรวมอยู่ในโครงการแหลมฉบังเฟส 3
“การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังจะช่วยลดปัญหาการจราจรของการขนส่งทางน้ำในประเทศ ตลอดจนสามารถลดต้นทุนโลจิสติกส์ทางน้ำให้กับผู้ประกอบการได้อีกด้วย จากการขยายโรงข่ายเชื่อมต่อระบบขนส่งระหว่างทางราง ทางบก ทางน้ำ ตามแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของชาติ” ร.อ.สุทธินันท์ กล่าว
ร.อ.สุทธินันท์ กล่าวต่อไปว่า ในช่วง 8 เดือนแรกที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการขนส่งทางน้ำของประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ภาคการขนส่งขยายตัวต่อเนื่องราว 3% สวนทางกับสภาวะเศรษฐกิจโลกและมูลค่าการส่งออกที่หดตัว ทั้งนี้ผู้ประกอบการต้องเร่งพัฒนาสินค้าให้ตรงความต้องการของผู้บริโภค เพื่อเพิ่มมูลค่าในสินค้าส่งออกให้ได้ราคาสอดคล้องกับตลาดโลก ตลอดจนพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในธุรกิจให้พร้อมรองรับการส่งเสริมจากภาครัฐ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งไทยมีศักยภาพอย่างมากในภูมิภาค
ทั้งนี้ ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 จะเพิ่มขีดความสามารถรองรับได้อีก 8 ล้านทีอียู/ปี จากปัจจุบันที่เฟส 1 และ 2 มีขีดความสามารถที่ 11-12 ล้านทีอียู/ปี ขณะที่มีปริมาณสินค้าแล้ว 7 ล้านทีอียู/ปี มีอัตราการเติบโต 4-5% ต่อปี
ด้าน นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการขนส่งทางน้ำยังคงต้องการบุคลากรอีกมาก เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ตลอดจนแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลที่เน้นพัฒนาท่าเรือ เพื่อเชื่อมโยงระบบขนส่งทางน้ำและทางราง ส่งผลให้กำลังการผลิตบุคลากรในอนาคตอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของชาติ จึงอยากเชิญชวนคนรุ่นใหม่เข้ามาศึกษา เพื่อเป็นกำลังหลักของชาติในอนาคต







