
หวังลงทุนรัฐดันเป้าสินเชื่อ
ธนาคารกรุงเทพ คาดลูกค้าเร่งเบิกเงินกู้ใช้ไตรมาสสุดท้าย ดันสินเชื่อโต ตามเป้า ชมรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจถูกจุด
ธนาคารกรุงเทพ คาดลูกค้าเร่งเบิกเงินกู้ใช้ไตรมาสสุดท้าย ดันสินเชื่อโต ตามเป้า ชมรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจถูกจุด
นายเดชา ตุลานันท์ รองประธานคณะกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ธนาคารไม่ปรับเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อรวม 3-5% แม้ 8 เดือนแรกยังไม่ถึงเป้า โดยช่วงที่เหลือของปีสินเชื่อจะเติบโตได้จากการเร่งเบิกใช้สินเชื่อ และยังมีความต้องการเงินทุนในกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมก่อสร้างและรับเหมาที่ได้อานิสงส์จากโครงการลงทุนภาครัฐ และภาคการผลิตที่มีการลงทุนขยายเครื่องจักร ส่วนลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มีความต้องการสินเชื่อบ้างแต่น้อย
ทั้งนี้ เห็นด้วยที่รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจถูกจุด มุ่งเน้นลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งระบบรางและถนน ทำให้ภาวะเศรษฐกิจเติบโตได้ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ส่งผลให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้คนมีงานทำ มีรายได้จับจ่ายหมุนเวียนในระบบ แต่แรงส่งต่อภาวะเศรษฐกิจปีนี้ยังไม่มาก เนื่องจากโครงการเพิ่งเริ่มต้น ส่วนภาคการท่องเที่ยวเติบโตได้ดี เห็นได้จากลูกค้าโรงแรมของธนาคารยังไปได้
สำหรับทิศทางเงินฝากของธนาคารในช่วงนี้ไม่ได้มุ่งเน้นระดมเงินฝากมาก เนื่องจากการปล่อยสินเชื่อไม่ได้ขยายตัวมากนัก ธนาคารจึงมีสภาพคล่องเหลืออยู่มาก ส่วนลูกค้าเงินฝากมีการโยกย้ายเงินไปยังผลิตภัณฑ์การลงทุนบ้างเพื่อหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่สัดส่วนการโยกเงินฝากยังไม่มากอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ ธนาคารให้ความสำคัญเรื่องการบริหารสภาพคล่องให้เพียงพอควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2559 ธนาคารมีเงินรับฝากจำนวน 2,154,256 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63,291 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3% จากสิ้นปีก่อน โดยมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ 88.5% เทียบกับ 89.4% เมื่อสิ้นปี 2558
สำหรับปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญคาดว่ากระทบกับภาคการท่องเที่ยวไม่มาก เพราะประเทศไทยเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวจีน ขณะเดียวกันไม่อยากให้มองนักท่องเที่ยวจีนในภาพลบ นักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่ เช่น นักท่องเที่ยวระดับบน หรือคนทั่วไปที่ท่องเที่ยวเอง มีกำลังซื้อและมีการใช้จ่ายหมุนเวียนในไทย แต่กลุ่มที่มีปัญหาจะเป็นกลุ่มที่เจ้าของบริษัทพาเที่ยวเป็นโบนัส ที่ต้องได้รับการแก้ไขต่อไป
อย่างไรก็ตาม กรณีที่รัฐมีนโยบายจะยกเลิกระบบเกษตรพันธสัญญา (คอนแทรกต์ฟาร์มมิ่ง) ลูกค้าที่ธนาคารปล่อยสินเชื่อไปแล้วไม่มีปัญหา อาจจะมีการใช้เงินลงทุนมากขึ้น และก็ห่วงคนที่เคยมีงานทำจากคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่ง เช่น เลี้ยงไก่ไข่ หรือปลูกผลผลิตป้อนให้บริษัทใหญ่นั้น จะไม่มีงานทำ ขาดรายได้ แต่เชื่อว่าทางการคงมีมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจจะตามมาไว้แล้ว
สำหรับภาพรวมสินเชื่อเกษตรยังไปได้ จากทิศทางสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มดีขึ้น เช่น ไก่สด และกุ้ง ที่ส่งออกเติบโตได้และราคาดี ทำให้มีลูกค้าเอสเอ็มอีทั่วไปและเอสเอ็มอีขนาดใหญ่ขอสินเชื่อเกษตรเพิ่มขึ้นเพื่อไปสร้างโรงเรือนหรือขยายธุรกิจเพิ่มเติม แต่ต้องติดตามภาวะราคาสินค้าเกษตร เช่น ข้าวที่ปีนี้ผลผลิตมาก อาจมีปัญหาราคาตกต่ำ ซึ่งหากลูกค้ารายใดเดือดร้อนธนาคารจะรีบเข้าไปช่วยเหลือ
ทั้งนี้ ธนาคารกรุงเทพมีโครงการเกษตรก้าวหน้าที่สานต่อมาจากนายโฆสิตปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร ซึ่งเบื้องต้นมีแผนจะสนับสนุนให้เกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อและโคนม เพราะเป็นผลิตภัณฑ์เกษตรที่มีมูลค่า เพื่อเป็นการส่งเสริมภาคเกษตรของไทยให้เข้มแข็งอีกทางหนึ่ง







