posttoday
ประเมินแก้ทัวร์ศูนย์เหรียญ ธปท.หวั่นฉุดจีดีพี

ประเมินแก้ทัวร์ศูนย์เหรียญ ธปท.หวั่นฉุดจีดีพี

24 กันยายน 2559

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมประเมินผลกระทบจากมาตรการจัดระเบียบทัวร์ศูนย์เหรียญ

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมประเมินผลกระทบจากมาตรการจัดระเบียบทัวร์ศูนย์เหรียญ เนื่องจากมีแนวโน้มจะกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวมากกว่าที่เคยคาดไว้ ซึ่งจะส่งผลต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หลังจากสัดส่วนรายได้ภาคท่องเที่ยวในผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) สูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

จาตุรงค์ จันทรังษ์ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ขณะนี้ ธปท.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อประเมินมาตรการจัดระเบียบทัวร์ศูนย์เหรียญที่จะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของจีดีพีในภาพรวมปีนี้ใหม่ โดยเบื้องต้นมาตรการดังกล่าวอาจกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวปีนี้และต้นปีหน้ามากกว่าที่เคยคาดไว้เดิม ที่ว่าน่าจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวปีนี้ลดลง 1 แสนคน และปีหน้าลดลง 2 แสนคน

“มีความเป็นไปได้ว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่าที่เคยคาด ส่วนหนึ่งเพราะสัดส่วนภาคการท่องเที่ยวต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 15% ต่อจีดีพี จากเมื่อ 5 ปีก่อนอยูที่ 9% โดยเป็นการเพิ่มขึ้นเนื่องจากการท่องเที่ยวขยายตัวสูงมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 3-4 ปีมานี้ที่นักท่องเที่ยวจีนโตสูง” จาตุรงค์ กล่าว

ทั้งนี้ แม้ที่ประชุม กนง.เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้คาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 3.1% เป็น 3.2% แต่แนวโน้มการขยายตัวของจีดีพีปีนี้ยังมีความเสี่ยงจะโตได้ต่ำกว่าคาดจากหลายประเด็น ทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย

จาตุรงค์ กล่าวว่า ปัจจัยความเสี่ยงด้านลบในต่างประเทศที่จะมีผลให้จีดีพีปีนี้โตไปในด้านที่ต่ำลง มีความเสี่ยงมากขึ้นจากเบร็กซิต ที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกให้ต่ำกว่าที่คาด ซึ่งครั้งนี้ กนง.คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจลดลง จากเดิมมองที่ 3.3% เหลือ 3.1% ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจคู่ค้าของไทย ส่งผลต่อการส่งออกให้โตต่ำลง โดยปีนี้คาดว่าการส่งออกน่าจะติดลบที่ระดับ 2.5% เท่าเดิม เนื่องจากการลงทุนภาครัฐที่เพิ่มขึ้นช่วยชดเชยการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่ลดลงตามแนวโน้มเศรษฐกิจคู่ค้าได้บ้าง

ขณะที่ปัจจัยในประเทศ การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประมาณการไว้เดิม โดยที่ผ่านมาการลงทุนภาคเอกชนโดยรวมอยู่ในระดับต่ำตามการผลิตเพื่อการส่งออกที่ซบเซา

ส่วนการบริโภคภาคเอกชนและการส่งออกที่ขยายตัวได้สนับสนุนให้เกิดการลงทุนในบางภาคธุรกิจ เช่น โทรคมนาคม พลังงาน โรงแรม และการค้าปลีก ทั้งนี้การลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) ที่มีความชัดเจนมากขึ้นจะช่วยสนับสนุนได้บ้างตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560

อย่างไรก็ดี การระดมทุนไม่ได้เป็นข้อจำกัดของภาคธุรกิจ รวมทั้งดอกเบี้ยนโยบายก็ยังอยู่ในระดับที่ผ่อนปรน

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทยังน่าจะแข็งค่าขึ้นอยู่บ้างในบางช่วง ตามเงินทุนเคลื่อนย้ายของเงินทุนไหลเข้ามาในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (อีเมอร์จิ้งมาร์เก็ต) และการดำเนินมาตรการของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ)

จาตุรงค์ ยังระบุด้วยว่า การบริโภคภาคเอกชนหรือการใช้จ่ายในประเทศของประชาชนในครึ่งปีหลังอาจโตชะลอลงจากไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ถ้าไม่มีมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐบาลมาช่วย

ทั้งนี้ การประชุม กนง.ที่ผ่านมาได้ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยว่า ปีนี้จีดีพีจะโตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% จาก 3.1% ที่เคยประเมินในช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เพิ่มเป็น 3.2% ในรอบนี้ เนื่องจากการบริโภคภาคเอกชนในไตรมาส 2 ที่ผ่านมาดีกว่าคาด ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยชั่วคราวที่มีมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ และในช่วงนั้นยอดขายรถยนต์ก็สูง จากการออกรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ขณะเดียวกันการใช้จ่ายและลงทุนภาครัฐก็ทำได้ต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69