แซดทีอีหวังขึ้นท็อปไฟว์ ชิงตลาดสมาร์ทโฟนไทย
เริ่มมีทิศทางการแข่งขันกลับมาอีกครั้งสำหรับตลาดสมาร์ทโฟน แม้ว่ามีรายงานยอดขายตลาดสมาร์ทโฟนในช่วงไตรมาสแรกของปี 2559 ลดลง
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
เริ่มมีทิศทางการแข่งขันกลับมาอีกครั้งสำหรับตลาดสมาร์ทโฟน แม้ว่าก่อนหน้านี้บริษัท วิจัยตลาดไอดีซี (IDC) ได้ออกรายงานยอดขายตลาดสมาร์ทโฟนในช่วงไตรมาสแรกของปี 2559 พบว่า ยอดขายรวมอยู่ที่ 334.9 ล้านเครื่อง ซึ่งลดลงจากไตรมาส 3 ของปี 2558 ที่ทำได้ 355.2 ล้านเครื่อง แต่การเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่างคึกคักก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี
เจเรมี จ้าว ประธานบริษัท แซดทีอี ดีไวซ์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า แซดทีอีไม่ได้เป็นแบรนด์ใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย แต่เข้ามาทำธุรกิจในไทยกว่า 11 ปีแล้ว โดยเป็นผู้รับจ้างผลิตเครื่อง (OEM) ฟีเจอร์โฟนและสมาร์ทโฟนให้แก่โอเปอเรเตอร์ในไทย แต่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจแบบบีทูซี (B2C) อย่างจริงจังเมื่อปีที่ผ่านมา โดยเปิดสมาร์ทโฟนในแบรนด์แซดทีอีไปแล้วกว่า 10 รุ่น
ทั้งนี้ ล่าสุดได้เปิดตัวรุ่นแอ็กซอน 7 มินิ และแอ็กซอน 7 เพื่อจับตลาดรุ่นไฮเอนด์ ราคาเริ่มต้นที่ 11,990-15,990 บาท ตามลำดับ พร้อมทั้งเปิดตัวมาริโอ้ เมาเร่อ แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนแรกของบริษัทที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากทั้งในประเทศไทยและจีน เชื่อว่าจะปลุกกระแสความต้องการให้แก่ลูกค้าได้ทุกกลุ่ม
“แซดทีอีตั้งเป้ายอดขายทั้งสองรุ่นใหม่นี้ 5 หมื่นเครื่อง ซึ่งจะมีการทำโปรโมชั่นร่วมกับเอไอเอส อีกทั้งหลังจากนี้จะเปิดเพิ่มอีก 2 รุ่น”
ปัจจุบันแบรนด์แซดทีอีเป็นที่รู้จักในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น จีน อเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมนี สเปน และมาเลเซีย โดยแต่ละประเทศจะมีกลยุทธ์ในการทำตลาดที่แตกต่างกัน เช่น ในอเมริกาใช้กลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้งจนเป็นที่ยอมรับ หรืออย่างในยุโรปก็เข้าไปสนับสนุนทีมฟุตบอล ส่วนในไทยนั้นได้เลือกใช้กลยุทธ์เอนเตอร์เทนเมนต์มาร์เก็ตติ้ง
“บริษัทไม่สามารถบอกเม็ดเงินลงทุนการตลาดที่ชัดเจนได้ แต่ยอมรับว่าตั้งแต่ปี 2558-2559 บริษัทลงทุนการตลาดเพิ่ม 3 เท่าตัว และในครึ่งปีหลังนี้ไปจนถึงปีหน้าจะใช้เพิ่มอีก 2 เท่าเพื่อให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก”
สำหรับเป้าหมายของแซดทีอีนั้น ตั้งเป้าที่จะติดอันดับ 1 ใน 5 ของแบรนด์สมาร์ทโฟนยอดนิยมในไทย โดยตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดในไทยไว้ที่ 5% และได้ตั้งเป้ายอดขายสมาร์ทโฟนทุกรุ่นทั่วโลกแตะ 60 ล้านเครื่อง หลังจากปีที่แล้วทำไปได้กว่า 58 ล้านเครื่อง
ขณะที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน มองว่ายังมีโอกาสอีกมากที่จะเข้ามารุกตลาด แม้จะเป็นช่วงกลางปี เนื่องจากเป็นช่วงที่มีอีเวนต์ใหญ่ ทำให้มีโอกาสที่เพลี่ยงพล้ำของคู่แข่ง รวมทั้งความต้องการใช้งานเครือข่ายทั้ง 3จี และ 4จี ที่เพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทยังได้วิจัยตลาดเพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการรับรู้แบรนด์แซดทีอีในประเทศไทย ซึ่งกำลังรอผลสรุปอยู่ แต่เชื่อมั่นว่าการทำตลาดผ่าน พรีเซนเตอร์อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการทำกิจกรรมร่วมกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โฆษณาสื่อประชาสัมพันธ์ทุกช่องทาง ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ จะช่วยให้มีคนรับรู้แบรนด์ได้มากขึ้น
“เราลงทุนงบวิจัยและพัฒนาต่อเนื่องอย่างน้อย 10% ทุกปี เพื่อให้ได้คุณภาพของสินค้าที่ได้มาตรฐานและจดสิทธิบัตรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ทั่วโลก”
ทางด้านช่องทางการขายต่อจากนี้ได้ร่วมกับร้านค้าปลีกสมาร์ทโฟนอย่าง ทีจีโฟน เจมาร์ท แอดไวซ์ และสาขาของโอเปอเรเตอร์จำนวนกว่า 1,000 สาขา และปีนี้จะขยายเพิ่มอีก 2,000 สาขา และไตรมาส 4 ปีนี้มีแผนจะเปิดสาขาในแบรนด์แซดทีอี 1 แห่ง จากปัจจุบันที่ยอดขายมาจากใน กทม.และต่างจังหวัดอย่างละ 50% เท่ากัน
ในด้านการบริการหลังการขายยังใช้ของแอดไวซ์ที่มีจุดส่งมอบสินค้ากว่า 140 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งพิจารณาแต่งตั้งหาพาร์ตเนอร์เกี่ยวกับจุดส่งมอบสินค้าเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าจะเพิ่มให้ถึง 200 จุดในสิ้นปีนี้


