
ข้อมูลดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
โดย...เชฟดอล์ฟ
โดย...เชฟดอล์ฟ
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพ สัปดาห์นี้ต้องขอรายงานการเดินทางมาที่ประเทศโมซัมบิก ก่อนนะครับ ผมมาอยู่ที่เมืองมาปูโต ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต เมืองนี้ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเล ซึ่งก็คือมหาสมุทรอินเดียครับ มาอยู่ที่นี่ก็เลยเย็นสบายเหมือนอยู่หัวหินล่ะครับ แต่ไม่เหนียวเหนอะหนะจากไอน้ำเค็มเลย
เมืองนี้มีชาวต่างชาติมาทำงานหรือตั้งสำนักงานอยู่มากทีเดียว ร้านอาหารใหญ่ๆ ก็มีอยู่ไม่กี่ร้าน เรียกว่าเข้าซอยทองหล่อยังเยอะกว่าทั้งเมืองครับ ที่นี่มีร้านอาหารไทยอยู่ 3 ร้านด้วยกัน และก็เป็นที่นิยมของลูกค้าต่างชาติไม่ว่าจะเป็น ยุโรป ญี่ปุ่น จีนหรือแม้กระทั่งคนโมซัมบิกเอง
ร้านอาหารที่นี่สามารถปรุงอาหารไทยได้อย่างสบายๆ เหมือนอยู่เมืองไทย เพราะมีวัตถุดิบและเครื่องปรุงในประเทศเหมือนกันอยู่มาก เช่นมะพร้าวขูดที่นำมาคั้นกะทิได้สดๆ พริกขี้หนูแดง พริกขี้หนูสวน กระเทียม มะม่วงเบา ผักชี สะระแหน่ ต้นหอม อ้อย กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม มันสาคู เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งปลูกกันเป็นพืชหลัก ถั่วลิสงที่หวานมันอย่างเป็นธรรมชาติ...ขนาดลูกหยีสดยังมีขายในตลาดเลยครับ
และที่พลาดไม่ได้ก็คือบรรดาอาหารทะเลสดๆ ไม่ว่าจะเป็น ปูม้า ปูทะเลเนื้อ ปูไข่ ปลาเก๋า กุ้งทะเล กุ้งมังกร หอยลาย หอยตลับ หอยนางรม ฯลฯ เรียกว่าถ้าท่านผู้อ่านชอบเดินตลาดสดจะต้องตื่นตาตื่นใจ กับการปรุงอาหารทะเลของคนโมซัมบิกคือการย่างอย่างเดียวเท่านั้นครับ ถ้าได้วิธีการปรุงที่หลากหลายเช่น ลวก นึ่ง ต้ม ผัด มาเพิ่ม คงจะอร่อยขึ้นอีกหลายเท่าเลยครับ
การมาทำธุรกิจร้านอาหารที่โมซัมบิกจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายและมีความเป็นจริงสูงนะครับ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็อยากให้ท่านผู้อ่านเห็นว่าการไปเปิดธุรกิจและวางแผนการตลาดในต่างประเทศที่อยู่เหนือความคิดของเรานั้น ข้อมูลในทุกด้านมีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง และหน่วยงานของรัฐในพื้นที่นั้นโดยเฉพาะสถานทูตไทยจะให้คำปรึกษาและข้อมูลกับท่านได้ดีที่สุดครับ ขอตัวไปเตรียมอาหารสำหรับสาธิตในงาน FACIM 2016 ที่จะจัดจนถึงวันอาทิตย์นี้เป็นวันสุดท้ายก่อนครับ สวัสดีครับ







