
แห่ใช้โมเดลร่วมทุนเสริมแกร่ง
ธุรกิจไทยขนาดกลาง กว้านซื้อกิจการ ร่วมทุนรายเล็ก หวังเป็นทางลัด สู้บริษัทยักษ์ ปูทางต่างประเทศ
ธุรกิจไทยขนาดกลาง กว้านซื้อกิจการ ร่วมทุนรายเล็ก หวังเป็นทางลัด สู้บริษัทยักษ์ ปูทางต่างประเทศ
น.ส.รุ่งฉัตร บุญรัตน์ ประธานบริหารปฏิบัติการ บริษัท มาลีกรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำผลไม้มาลี เปิดเผยว่า การใช้โมเดลทางธุรกิจร่วมทุนหรือซื้อกิจการระหว่างกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะการแข่งขันสูงขึ้นจากบริษัทระดับโลกและของคนไทยด้วยกันเอง โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัทกลางและเล็กต้องผนึกทรัพยากร ความแข็งแกร่งของแต่ละบริษัทร่วมกัน เพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็วให้ทันกับโลก
ทั้งนี้ การร่วมทุนหรือซื้อกิจการเป็นการย่นระยะเวลา ไม่ต้องไปสร้างผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์เอง ไม่ต้องลองถูกหรือลองผิดให้เสียเวลา แต่เป็นการผนึกกำลังกันโดยนำความแข็งแกร่งของทั้งสองบริษัทมาร่วมกันโดยที่ 1+1 ต้องได้มากกว่า 2 เช่น มาลีร่วมทุนกับบริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จัดตั้งบริษัท เมก้า มาลี ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท เพราะบริษัทต้องการทำธุรกิจนอกเหนือจากน้ำผลไม้ แต่เป็นการ
ขยายเข้าสู่ธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากธรรมชาติ
ขณะที่กลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเมก้า มาลี จะเปิดตัวสินค้าลงตลาดในช่วงกลางปีหน้า เป้าหมายของมาลีต้องการสร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศมากกว่าในประเทศ จึงจำเป็นต้องมีสินค้าในพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลาย และก่อนหน้านี้ได้ร่วมทุนกับบริษัท มอนเด นิสชิน คอร์ปอเรชั่น จากฟิลิปปินส์ ขณะนี้รายได้ต่างประเทศ 30% ต้องการเพิ่มเป็น 50% ส่วนรายได้ทั้งปีตั้งเป้าไว้ที่ 6,480 ล้านบาท เติบโต 20%
นายสุเมธ ศรีสุวรรณานุกร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สากล เบเวอเร็ดจ์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลมอาร์ซี โคล่า กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทกำลังอยู่ระหว่างเจรจาร่วมทุนกับผู้ประกอบการต่างประเทศ เพื่อนำความแข็งแกร่งของบริษัทร่วมทุนทั้งพอร์ตโฟลิโอสินค้ามาเสริมสร้างธุรกิจเครื่องดื่มของบริษัทให้มีความหลากหลาย พร้อมกับวางแผนรุกขยายสู่ตลาดอาเซียน
“ขณะนี้บริษัทมีสินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มน้ำอัดลมอาร์ซีทั้งน้ำดำและน้ำสีสร้างรายได้ 500-600 ล้านบาท/ปี และเพิ่งเริ่มปลุกปั้นแบรนด์ใหม่เครื่องดื่มสปาร์กกลิ้งแม็กซ์ซี่ลงตลาดเป็นครั้งแรก คาดว่ารายได้ 100 ล้านบาท/ปี แต่หากเกิดการร่วมทุนจะผลักดันให้รายได้ของบริษัทเติบโตรวดเร็วยิ่งขึ้น” นายสุเมธ กล่าว
นายนริศ วิทยาวรากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยยินตัน ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในช่องปากแบรนด์นู้ด กล่าวว่า บริษัทกำลังอยู่ระหว่างเจรจาร่วมทุนกับกลุ่มบริษัท โมริชิตะ ยินตัน ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำโนว์ฮาวมาผลิตสินค้าเพอร์ซันนัลแคร์ภายใต้แบรนด์ของตัวเอง พร้อมกับลงทุน 200 ล้านบาท สร้างโรงงานที่ จ.ปทุมธานี บนพื้นที่ 3 ไร่ เพราะหากจะเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคเหมือนยูนิลีเวอร์ ต้องใช้โนว์ฮาวจากพันธมิตรสร้างความแตกต่างในการทำตลาด







