ล้อมคอกโจรไฮเทคฉกเงิน
สมาคมแบงก์รุดหารือ กสทช. หามาตรการดูแลความปลอดภัยธุรกรรมออนไลน์ หวังสร้างความเชื่อมั่นระบบอี-เพย์เมนต์
สมาคมแบงก์รุดหารือ กสทช. หามาตรการดูแลความปลอดภัยธุรกรรมออนไลน์ หวังสร้างความเชื่อมั่นระบบอี-เพย์เมนต์
นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา ได้เข้าหารือกับนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อหามาตรการร่วมกันดูแลความปลอดภัยไซเบอร์แบงก์กิ้งและโมบายแบงก์กิ้ง พร้อมทั้งหาแนวทางและข้อจำกัดต่างๆ ในการหาทางออกร่วมกัน โดยมีเป้าหมายให้เกิดการส่งเสริมระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อี-เพย์เมนต์) มากขึ้น คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ จากนั้นจะมีการแถลงรายละเอียดต่อไป
ทั้งนี้ ประเด็นที่ให้ความสำคัญอันดับแรก คือ ต้องพยายามให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้บริการไซเบอร์แบงก์กิ้งและโมบายแบงก์กิ้งแก่ลูกค้าและผู้บริโภคมากขึ้น เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากการถูกมิจฉาชีพหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนตัวไป หากผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจจะช่วยป้องกันความปลอดภัยในขั้นต้นได้มาก
นอกจากนี้ จะหาข้อตกลงร่วมกันในกระบวนการด้านอื่นด้วย เช่น การยืนยันตัวตน ในฐานะเจ้าของโทรศัพท์มือถือและเจ้าของบัญชี ควรต้องไปยืนยันตัวตนที่สาขาหรือไม่ ซึ่งสำหรับมุมมองของธนาคารเห็นว่าต้องให้น้ำหนักทั้งด้านความปลอดภัย ขณะเดียวกันต้องไม่สูญเสียความสะดวกสบายและราคาถูก ที่เป็นจุดเด่นของดิจิทัลแบงก์กิ้งที่ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่เลือกใช้บริการ
“การจะเพิ่มมาตรการอะไรต้องเปรียบเทียบให้ดี เพราะบางครั้งปัญหาเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของลูกค้าบางคน แต่ลูกค้าอีกเป็นล้านคนต้องลำบากขึ้นกับกฎเกณฑ์ใหม่ที่เปลี่ยน คุ้มไหมกับความเสียหายที่เกิดขึ้นเพียงส่วนหนึ่ง ที่จะไปสร้างความไม่เชื่อมั่นในระบบในภาพรวม และเป้าหมายที่ต้องการให้ประหยัดต้นทุนในระบบก็คงไม่เกิดขึ้น” นายปรีดี กล่าว
อย่างไรก็ดี ความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะอยู่ภายใต้กฎหมายที่กำกับดูแล ทั้งกฎหมายการเงิน กฎหมายการสื่อสารโทรคมนาคม เช่น การรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
นายปรีดี กล่าวอีกว่า ยืนยันปัญหาการหลอกลวงลูกค้าไซเบอร์แบงก์กิ้งนั้นไม่กระทบกับระบบพร้อมเพย์ และนโยบายเนชั่นแนลอี-เพย์เมนต์ เพราะพร้อมเพย์เป็นบริการทางการเงินในโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ความปลอดภัยไม่ต่างจากเอทีเอ็ม เพียงเปลี่ยนจากการอ้างอิงเลขที่บัญชีธนาคารมาเป็นเบอร์โทรศัพท์และบัตรประชาชน


