
กังวลรัฐกีดกันการค้า
ไอเอ็มเอฟแนะภาคธุรกิจกระตุ้นเปิดเสรีลงทุน
ไอเอ็มเอฟแนะภาคธุรกิจกระตุ้นเปิดเสรีลงทุน
องค์การเศรษฐกิจโลกดันประเทศพัฒนาแล้วเลิกปกป้องอุตสาหกรรม กระตุ้นผ่านทีพีพี
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) องค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ต่างแสดงความกังวลถึงผลกระทบจากนโยบายปกป้องทางการค้า ในบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว ในการประชุมกลุ่มประเทศเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ประเทศ (จี20) ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน
คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ เรียกร้องให้ภาคธุรกิจกระตุ้นรัฐบาลเปิดเสรีทางการค้า เพื่อให้การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น รวมทั้งได้เตือนถึงภาพรวมการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีหน้าที่อาจจะชะลอตัว เช่นเดียวกับ โรเบิร์ตโต อเซเวโด ผู้อำนวยการดับเบิ้ลยูทีโอ
“การค้าโลกยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำเกินไป และอยู่ในภาวะชะลอตัวเช่นนี้มานานแล้ว ขณะที่ความขัดแย้งทางการเมืองและมติมหาชนในประเทศ เป็นตัวกระตุ้นการเคลื่อนไหวกีดกันการค้าในขณะนี้
ซึ่งหากไม่มีการค้าและการลงทุนจะทำให้มีการสร้างงานใหม่ในทุกประเทศโดยรวมชะลอตัว” ลาการ์ด ระบุ
บลูมเบิร์ก ระบุว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าว ลาการ์ด อาจจะกลายเป็นส่วนเพิ่มโมเมนตัมต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับการอนุมัติความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ข้ามแปซิฟิก (ทีพีพี) ซึ่งมี 12 ชาติร่วมลงนาม และยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในหลายประเทศสมาชิกโดยเฉพาะสหรัฐ หลังข้อตกลงการค้าการลงทุนในลักษณะคล้ายกันของสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) ล้มเหลวไป
นอกจากนี้ ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ และประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน ออกแถลงการณ์ร่วมกันยับยั้งการแข่งขันอ่อนค่าเงิน โดยจีนระบุว่า จะดำเนินการเปลี่ยนผ่านระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่อิงกับกลไกตลาดอย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้ยังระบุว่าจะไม่เข้าขัดขวางโอกาสทางการค้าสำหรับซัพพลายเออร์ต่างชาติ ในอุตสาหกรรมด้านการสื่อสารและเทคโนโลยี







