posttoday
แบงก์ชาติ-คลังประสานเสียง เอกชนลงทุนหดตัว

แบงก์ชาติ-คลังประสานเสียง เอกชนลงทุนหดตัว

01 กันยายน 2559

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

ธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง แถลงภาวะเศรษฐกิจเดือน ก.ค. ในทิศทางที่สอดคล้องกันว่า การลงทุนภาคเอกชนหดตัว เห็นได้จากดัชนีการลงทุนภาคเอกชนหลายตัวติดลบ หรือขยายตัวชะลอลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเดือน ก.ค. ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง

รุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะการส่งออกสินค้าที่ยังซบเซา ขณะที่อุปสงค์ในประเทศยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนหลายหมวดสินค้า โดยเฉพาะรถยนต์และผลิตภัณฑ์ยางที่หดตัว เนื่องจากผู้ประกอบการคาดว่าความต้องการจากอุตสาหกรรมยางรถยนต์ของจีนอาจลดลงในระยะข้างหน้า เพราะได้รับผลกระทบจากมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดของสหรัฐ โดยดัชนีผลผลิตที่ปรับฤดูกาลเดือน ก.ค. อยู่ที่ 102.9 เทียบกับเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 107.0

นอกจากนี้ การลงทุนภาคเอกชนยังอยู่ในระดับต่ำ แม้มีการลงทุนในภาคบริการ อาทิ ธุรกิจผลิตไฟฟ้า และหมวดอุปกรณ์สื่อสาร สะท้อนภาวะการลงทุนโดยรวมที่ฟื้นตัวเฉพาะจุด

ทั้งนี้ เดือน ก.ค. อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 62.3% เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 66.7% ขณะที่ดัชนีจำหน่ายรถยนต์เพื่อการลงทุนในประเทศ ติดลบ 3% เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 7.2% การนำเข้าสินค้าทุนติดลบ 3% ดีขึ้นกว่าเดือนก่อนหน้าที่ติดลบ 4.8% และดัชนีการจำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้างในประเทศ ติดลบ 6.9% เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ ติดลบ 4.4%

“การส่งออกสินค้าเดือน ก.ค.หดตัว 4.5% ยังคงซบเซาตามภาวะเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ฟื้นตัวช้า ซึ่งหากไม่รวมการส่งออกทองคำ มูลค่าการส่งออกจะหดตัว 8.4% ประกอบกับราคาส่งออกที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าระยะเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะในหมวดผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเลียม อย่างไรก็ตาม การส่งออกที่ลดลงไม่เกี่ยวกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น” รุ่ง กล่าว

สำหรับการส่งออกของไทยช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ค. 2559) ยังหดตัว 2.6% คิดเป็นมูลค่ารวม 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยในช่วงที่เหลือของปีนี้ (ส.ค.-ธ.ค. 2559) จะต้องมีมูลค่าส่งออกไม่ต่ำกว่า 1.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ/เดือน จึงจะทำให้การส่งออกทั้งปีไม่หลุดไปจากเป้าหมายที่ -2.5%

ด้านมูลค่าการนำเข้าสินค้าหดตัว 8.6% จากระยะเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการนำเข้าหมวดสินค้าขั้นกลางและวัตถุดิบที่หดตัวเป็นสำคัญ สอดคล้องกับการส่งออกสินค้าที่ซบเซาและราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังต่ำกว่าระยะเดียวกันปีก่อน อย่างไรก็ดี การนำเข้าสินค้าทุนในเดือนนี้ปรับดีขึ้นจากปัจจัยพิเศษตามการนำเข้าเครื่องบินและแท่นขุดเจาะเป็นหลัก

นอกจากนี้ การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อน หลังปัจจัยชั่วคราวที่สนับสนุนการใช้จ่ายในช่วงก่อนหน้าลดลง ทั้งการจัดรายการส่งเสริมการขายสินค้าอุปโภคบริโภค และการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ โดยดัชนีการใช้จ่ายสินค้าคงทนเดือน ก.ค. ขยายตัว 3.8% เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 6.9% ขณะที่รายได้ภาคเกษตรกรรมทยอยปรับดีขึ้น โดยเกษตรกรมีรายได้ขยายตัว 18.9% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ส่วนรายได้นอกภาคเกษตรกรรมค่อนข้างทรงตัว อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายในหมวดบริการยังขยายตัวดีต่อเนื่อง

กฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวถึงการลงทุนภาคเอกชนในเดือน ก.ค. ในทิศทางที่สอดคล้องกับ ธปท. ว่า การลงทุนภาคเอกชนภาพรวมยังคงมีสัญญาณชะลอตัว โดยการลงทุนในหมวดก่อสร้าง สะท้อนจากภาษีการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์หดตัว หรือติดลบ 20.8% ต่อปี และปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ภายในประเทศยังหดตัว หรือติดลบ 4% ต่อปี นอกจากนี้ การลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณนำเข้าสินค้าทุนยังคงหดตัว หรือติดลบ 0.7% ต่อปี และเมื่อหักสินค้าพิเศษ (เครื่องบิน เรือ และรถไฟ) พบว่า หดตัวเช่นกันที่ติดลบ 5.0% ต่อปี

วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงการดำเนินนโยบายการเงิน ว่า การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เป็นความพยายามรักษาช่องว่างในการดำเนินนโยบายเพื่อให้สามารถรับมือกับภาวะที่ไม่แน่นอนในอนาคต อีกทั้ง กนง. ยังเห็นว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปีนี้จะอยู่ที่ 0.8% และเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 1-4% ในช่วงต้นปีหน้า เป็นอัตราที่อยู่ในกรอบที่ ธปท. วางไว้ ดังนั้น ธปท.จึงสามารถใช้เครื่องมือต่างๆ ในการส่งเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและส่งเสริมให้ตลาดเงินทำหน้าที่ตามกลไกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ดี แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน ธปท.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะเกิดเป็นความเสี่ยงใหม่ของระบบเศรษฐกิจหรือไม่ จากการที่เกิดการโยกย้ายสินทรัพย์ไปสู่ความเสี่ยงที่มากขึ้นเพื่อหาผลตอบแทนสูง ไม่เพียงแต่เงินทุนเคลื่อนย้ายที่ไหลเข้าหาผลตอบแทนในตลาดเกิดใหม่เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงผู้ออมเงินในประเทศ ที่อาจเคลื่อนย้ายจากเงินฝากไปหาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ย เช่น กองทุนรวม ไปจนถึง หุ้นกู้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Bonds) ซึ่งได้พูดคุยกับสถาบันการเงินในฐานนายหน้าต้องพยายามให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์การเงินแก่สาธารณชนมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม