
เก็บภาษีเครื่องดื่ม ในสหราชอาณาจักร
โดย...สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงลอนดอน
โดย...สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงลอนดอน
กระแสข่าวการปรับขึ้นภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา มีทั้งเสียงเห็นด้วยและคัดค้าน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ ขณะที่ในบางประเทศ คือ สหราชอาณาจักร ได้เตรียมใช้มาตรการเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงแล้ว
ล่าสุด สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ณ กรุงลอนดอน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้รายงานเกี่ยวกับการขึ้นภาษีเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูงของสหราชอาณาจักร โดยระบุว่า กลุ่มรณรงค์คัดค้านการขึ้นภาษีเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูงได้ออกมาแสดงความเห็นว่า การขึ้นภาษีสินค้าดังกล่าวไม่ได้เป็นทางออกสำหรับการแก้ไขปัญหาโรคอ้วนที่สหราชอาณาจักรกำลังเผชิญอยู่ ในทางกลับกันอาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการจ้างงานและทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นด้วย
ทั้งนี้ ผู้ผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลม ผู้ประกอบกิจการผับ ร้านสะดวกซื้อ ได้รวมตัวกันเพื่อคัดค้านแผนการขึ้นภาษีเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูงก่อนที่จะมีการริเริ่มประชุมหารือของรัฐบาล โดย George Osborne อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอังกฤษ ได้มีการประกาศแผนการในการขึ้นภาษีเครื่องดื่มที่มิใช่แอลกอฮอล์ที่มีปริมาณน้ำตาลสูงกว่า 5 กรัม/ปริมาณ 100 มิลลิลิตร ในช่วงเดือน มี.ค. 2559 ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวคาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาโรคอ้วนในวัยเด็ก
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดของการขึ้นภาษีดังกล่าว แต่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในเดือน เม.ย. 2561 ในขณะที่กลุ่มรณรงค์ด้านสุขภาพได้เสนอให้เก็บภาษีในอัตรา 20% ของราคาจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่มีปริมาณน้ำตาลสูงต่อหน่วย
ด้านผลการศึกษาของ Oxford Economics เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ยังได้เผยแพร่ว่าการเก็บภาษีดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ยอดจำหน่ายของเครื่องดื่มน้ำอัดลมลดลงประมาณ 1.6% อาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียการจ้างงานมากกว่า 4,000 ตำแหน่งในสหราชอาณาจักร ในขณะที่ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมน้้าหวานน้ำอัดลมจะสูญเสียรายได้มูลค่า 132 ล้านปอนด์
ขณะที่ Gavin Partington ผู้อำนวยการ สมาคมเครื่องดื่มน้ำหวานน้ำอัดลมของอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการรณรงค์ครั้งนี้ ได้ระบุว่า แม้จะเห็นด้วยกับรัฐบาลที่ว่าสหราชอาณาจักรประสบปัญหาโรคอ้วนในระดับสูง และจำเป็นจะต้องมีการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่การขึ้นภาษีเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูงนั้น ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง แต่กลับเป็นการเพิ่มภาระให้แก่ภาคธุรกิจและผู้บริโภค
ด้าน Brigid Simmonds หัวหน้าฝ่ายบริหารสมาคมเบียร์และผับของอังกฤษ กล่าวว่า การขึ้นภาษีสินค้าดังกล่าวเป็นการเพิ่มภาระด้านภาษีแก่ธุรกิจผับและมีผลให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ จากเอกสารผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูงมีความเชื่อมโยงกับโรคอ้วน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 29% ของการบริโภคน้ำตาลเป็นประจำในเด็กวัยอายุ 11-18 ปี โดยกลุ่ม The Charity Action on Sugar เห็นว่าการขึ้นภาษีสินค้าดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อการบริโภค เนื่องจากประชาชนมีความอ่อนไหวต่อราคาของสินค้า โดยการรณรงค์ดังกล่าวได้เริ่มขึ้นภายหลังจากที่บริษัท โคคา-โคล่า ได้ออกมาคัดค้านการขึ้นภาษีสินค้าเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้้าตาลสูง ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมของสหราชอาณาจักร สมาคมอาหารและเครื่องดื่ม ได้เรียกร้องให้รัฐบาลเลื่อนแผนการดังกล่าวออกไป ภายหลังจากการลงประชามติของสหราชอาณาจักรในการตัดสินใจออกจากอียู
สำหรับผลกระทบต่อการส่งออกไทยและข้อเสนอแนะจาก สคร.กรุงลอนดอน ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดในการขึ้นภาษีสินค้าดังกล่าว ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ Theresa May และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ Philip Hammond ซึ่งสหราชอาณาจักรถือเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกเครื่องดื่มที่สำคัญของไทย คิดเป็นสัดส่วน 0.44% ของตลาดส่งออกเครื่องดื่มทั้งหมด และมีแนวโน้มที่ให้ความสำคัญกับเครื่องดื่มที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น
ขณะเดียวกันยังเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงและมีการพัฒนาสูตรและรูปแบบผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มใหม่ๆ ที่หลากหลาย ดังนั้นจึงขอให้ผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทยติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดและพัฒนาสินค้าเครื่องดื่ม โดยคำนึงในด้านสุขภาพและมีนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคในสหราชอาณาจักร







