posttoday
ป้องกันภัยออนไลน์

ป้องกันภัยออนไลน์

23 สิงหาคม 2559

ปัญหาการใช้งานโลกออนไลน์สำหรับเด็กนั้น ยังคงเป็นที่น่าสนใจอยู่เสมอ เพราะเด็กถือว่าเป็นวัยที่ยังไม่สามารถจัดการและแก้ปัญหาเมื่อเจอภัยคุกคามเหล่านี้ได้แบบมีประสิทธิภาพ ดังนั้นผู้ปกครองควรตระหนักและให้ความใส่ใจอย่างต่อเนื่อง

ปัญหาการใช้งานโลกออนไลน์สำหรับเด็กนั้น ยังคงเป็นที่น่าสนใจอยู่เสมอ เพราะเด็กถือว่าเป็นวัยที่ยังไม่สามารถจัดการและแก้ปัญหาเมื่อเจอภัยคุกคามเหล่านี้ได้แบบมีประสิทธิภาพ ดังนั้นผู้ปกครองควรตระหนักและให้ความใส่ใจอย่างต่อเนื่อง

แคสเปอร์สกี้ แลป ได้ร่วมกับสถาบันวิจัยไอคอนคิดส์แอนด์ยูธ (iconKids & youth) จัดผลสำรวจ “Growing Up Online - Connected Kids” เพื่อให้ผู้ปกครองได้ทราบถึงปัญหาและรับรู้เรื่องภัยออนไลน์อันตรายที่คุกคามบุตรหลานของตน เพราะสิ่งที่ผู้ปกครองคิดอาจไม่ตรงกับความเป็นจริง

จากคำบอกเล่าของเด็กๆ ชี้ให้เห็นถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ 5 อันดับ ได้แก่ สื่อลามกอนาจาร 8% เครื่องติดไวรัส 8% การโดนขโมยแอ็กเคานต์ เนื้อหาล่อลวง ภาพความรุนแรงต่างๆ อย่างละ 6%

ในขณะที่ผู้ปกครองมองว่า 5 อันดับตัวการคุกคามบุตรหลานทางออนไลน์ ได้แก่ ลามกอนาจาร 14% เว็บไซต์เกี่ยวกับสุราและยาเสพติด 8% ภาพความรุนแรง 8% เครื่องติดไวรัส 8% และอาการติดอินเทอร์เน็ตงอมแงม 7%

ทั้งที่จริงแล้ว การที่เด็กรับข้อมูลเกี่ยวกับยาเสพติดและอันตรายจากการติดอินเทอร์เน็ตนั้น ไม่ร้ายแรงเท่ากับสิ่งที่ผู้ปกครองหวาดกลัว เพราะการโดนขโมยแอ็กเคานต์และเด็กๆ ตามเข้าไปอ่านเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาล่อลวงนั้น เป็นสิ่งอันตรายกว่าที่คาดคิดหลายเท่านัก

อย่างไรก็ตาม ปริมาณภัยคุกคามที่เด็กหนึ่งคนได้พบเจอเมื่อสื่อออนไลน์นั้นเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับถิ่นที่อยู่อาศัย และความถี่ของการที่เด็กใช้งานสื่อออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ต เด็กๆ จะได้ผ่านตาเนื้อหาที่ไม่ดี หรือเหตุล่อลวงบนเว็บเฉลี่ยอยู่ที่ 37% ในขณะที่สหรัฐและรัสเซียนั้นสูงถึง 52% และ 56% ตามลำดับ

ยิ่งไปกว่านั้น เด็กๆ ที่เล่นอินเทอร์เน็ตจะเจอกับภัยออนไลน์อยู่เป็นประจำถึง 47% ขณะที่ตัวเลขสำหรับเด็กๆ ที่ไม่ค่อยมีพฤติกรรมติดออนไลน์เท่าใดนักจะอยู่ที่ 30% เป็นที่น่าสนใจว่าจำนวนเด็กๆ ถึงสองในสาม กลัวภัยออนไลน์พอๆ กับภัยในชีวิตจริง หรืออาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำไป

อังเดร โมโคลา หัวหน้าฝ่ายธุรกิจคอนซูเมอร์ แคสเปอร์สกี้ แลป แนะนำว่า การช่วยเหลือให้เด็กรับมือกับข้อมูลขยะและเรื่องสะเทือนใจบนอินเทอร์เน็ตได้นั้น ผู้ปกครองควรพูดคุยกับบุตรหลานของตนให้มากขึ้น สอนวิธีป้องกันตนเอง แยกแยะเรื่องจริงหรือหลอก รวมทั้งการรับมือ รับฟัง เรื่องเชิงลบที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ การหาโซลูชั่นเชิงเทคนิคหรือติดตั้งโปรแกรมที่ช่วยดูแลบุตรหลานบนอุปกรณ์จะช่วยเตือนให้ผู้ปกครองทราบได้ทันทีเมื่อเด็กเข้าไปดูเนื้อหาเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม เป็นการลดความเสี่ยงหรือเลี่ยงการเกิดบาดแผลบนจิตใจของเด็กด้วย

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน