
บจ.โกยกำไร2.45แสนล้าน
บริษัทแข็งแกร่ง เห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน ไตรมาส 2 กำไรโต 11% ยอดขายและมาร์จิ้นเพิ่มขึ้น
บริษัทแข็งแกร่ง เห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน ไตรมาส 2 กำไรโต 11% ยอดขายและมาร์จิ้นเพิ่มขึ้น สัดส่วนหนี้ต่ำลง โดยเฉพาะ 10 ธุรกิจดีขึ้นตามเศรษฐกิจโดยรวม
นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ (บจ.) จำนวน 558 บริษัท คิดเป็น 93.94% จากทั้งหมด 594 บริษัท เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2559 มีกำไรสุทธิรวม 245,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.83% จากงวดเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 5.27% จากไตรมาส 1/2559
ขณะเดียวกันมียอดขายรวม 2,512,918 ล้านบาท ลดลง 4.52% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน และเพิ่มขึ้น 5.46% จากไตรมาสแรก ซึ่งเป็นผลจากยอดขายของหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภคที่ลดลงตามทิศทางราคาน้ำมัน แต่หากไม่รวมผลกระทบจากราคาน้ำมัน บจ.จะมียอดขายเพิ่มขึ้น 3.32% และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 13.75% ช่วงเดียวกันปีก่อน อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันที่ลดลงมีส่วนช่วยให้ บจ.มีต้นทุนการผลิตลดลงเช่นกัน ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) สูงขึ้นจาก 22.85% ในไตรมาส 2/2558 เป็น 25.62% ในไตรมาส 2/2559
นายสันติ กล่าวว่า ผลประกอบการ บจ.ที่ฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่องทำให้ 6 เดือนปีนี้มีกำไรสุทธิรวม 479,346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และโครงสร้างเงินทุนของ บจ.ยังคงแข็งแรง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) อยู่ที่ 1.24 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.22 เท่า ในช่วงเดียวกันปีก่อน
“บจ.มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นในไตรมาส 2 นอกจากกำไรสุทธิที่ดีขึ้นต่อเนื่องแล้ว ยังเป็นไตรมาสแรกที่มียอดขายฟื้นตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า" นายสันติ กล่าว
สำหรับกลุ่มธุรกิจที่มีผลประกอบการเติบโตดี ทั้งด้านยอดขาย อัตรากำไรขั้นต้น และกำไรสุทธิสอดคล้องกับเศรษฐกิจมหภาค คือ อยู่ในภาคการบริการและการอุปโภคบริโภค ได้แก่ หมวดธุรกิจการเกษตร อาหารและเครื่องดื่ม แฟชั่น ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน ขนส่งและโลจิสติกส์ ยานยนต์ กระดาษและวัสดุการพิมพ์ และเหล็ก
ตลาดหลักทรัพย์ฯ รายงานว่า ธุรกิจที่มียอดขาย อัตรากำไร และกำไรสุทธิเติบโตมีทั้งหมด 10 กลุ่ม โดยกลุ่มธุรกิจที่มีกำไรสุทธิเติบโตมากที่สุด คือ ธุรกิจเหล็ก พุ่งขึ้น 373.60% จากที่ขาดทุนรวม 768 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2558 พลิกมามีกำไรสุทธิ 2,102 ล้านบาท ตามด้วยธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต กำไรเติบโต 202.65% จากที่ทำได้ 3,762 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิ 11,387 ล้านบาท และธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ กำไรขยายตัว 187.07% จากขาดทุนรวม 3,987 ล้านบาท พลิกมีกำไรสุทธิ 3,472 ล้านบาท
ธุรกิจการเกษตรมียอดขายรวมเพิ่มขึ้นสูงสุด 16.45% จากจำนวน 25,416 ล้านบาท เพิ่มเป็น 29,597 ล้านบาท ตามด้วยธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ยอดขายโต 10.71% จากระดับ 209,670 ล้านบาท เพิ่มเป็น 232,124 ล้านบาท ส่วนธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต มีอัตรากำไรสูงสุด 51.95% เทียบกับ 13.18% ในไตรมาส 2/2558
ด้าน บจ.ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในไตรมาส 2 ดีขึ้นเช่นกัน โดยมียอดขาย 33,408 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.65% มีกำไรสุทธิ 2,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.38% และมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นจาก 23.83% เป็น 25.00%







