
กรุงศรี พานักธุรกิจไทย ขยายธุรกิจในต่างแดน จับคู่ธุรกิจและสร้างเครือข่ายใน สปป. ลาว
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ผลักดันผู้ประกอบการ SME ไทย ขยายธุรกิจไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) ผ่านกิจกรรม Krungsri Business Journey: The Opportunity in Lao PDR
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ผลักดันผู้ประกอบการ SME ไทย ขยายธุรกิจไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) ผ่านกิจกรรม Krungsri Business Journey: The Opportunity in Lao PDR การจัดงานครั้งนี้ มุ่งตอบสนองความต้องการลูกค้าธุรกิจทั้งไทยและลาวที่ต้องการทำการค้าระหว่างกัน ให้พบคู่ค้าที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น โดยจุดเด่นของ Business Matching คือ กรุงศรีได้จับคู่ผู้ซื้อและผู้ขายที่เหมาะสมไว้ให้ล่วงหน้าแล้ว ก่อนที่จะพบปะกัน จึงนับว่าเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับลูกค้าจริงๆ และในกิจกรรมนี้ลูกค้าจะได้เข้าใจภาพการค้าการลงทุนแบบเจาะลึกโดยการลงพื้นที่จริงและรับรู้ข้อมูลครบทุกแง่มุมทั้งเรื่อง สังคม วัฒนธรรม นโยบายเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน กฎระเบียบต่างๆ พฤติกรรมผู้บริโภค และช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า ซึ่งได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญจากทั้งสองประเทศ
นายนภดล เทพพิทักษ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทร์ กล่าวว่า "รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเอสเอ็มอีลงทุนในประเทศลาวเพิ่ม เพราะประเทศไทยมีการค้าขายกับประเทศลาวเป็นอันดับหนึ่ง และลงทุนในประเทศลาวเป็นอันดับสอง รองจากประเทศจีน ในอนาคตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ประเทศไทยมีสะพานเชื่อมไปยังประเทศลาว 4 สะพานและอนาคตจะเพิ่มขึ้นเป็น 6-7 สะพาน สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในความร่วมมือทางการค้าการลงทุนที่มากขึ้น"
จากนั้นนายพรสนอง ตู้จินดา ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้าธุรกิจ ธนาคารกรุงศรี กล่าวเพิ่มเติม "ธนาคารกรุงศรีมีประสบการณ์ในประเทศลาวที่ยาวนาน หากนักลงทุนที่สนใจ กรุงศรีพร้อมให้การสนับสนุนและให้คำปรึกษา เพราะให้บริการในลาวกว่า 23 ปี ซึ่งสะท้อนประสบการณ์และความเข้าใจสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร รวมถึงความต้องการของลูกค้าทั้งสองประเทศเพื่อเพิ่มโอกาสการค้าการลงทุนร่วมกันมากขึ้น"
ถัดจากนั้นเป็นการบรรยายในหัวข้อ นโยบาย และโอกาสของผู้ประกอบการไทยใน สปป. ลาว โดยนายมโนทอง วงไซ อธิบดีกรมส่งเสริมการลงทุน กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว กล่าวว่า "ประเทศลาว เปิดโอกาสให้กับนักลงทุนเข้ามาลงทุนเพิ่ม เนื่องจากนโยบายของประเทศต้องการเพิ่มรายได้ให้กับประเทศและรายได้ต่อหัวของประชากรให้สูงขึ้น จึงมีการผ่อนปรนและปรับปรุงเงื่อนไขในหลายๆด้าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนต่างประเทศที่สนใจมาลงทุนในประเทศลาวมากยิ่งขึ้น"
ด้านนางพิมล ปงกองแก้ว อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ได้ให้คำแนะนำว่า "โอกาสการค้าการลงทุนในประเทศลาวนั้นมีมากมาย ที่ผ่านมาธุรกิจขนาดใหญ่จากประเทศไทยมาลงทุนเป็นจำนวนมาก และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเริ่มเข้ามาเพิ่มขึ้นตาม แต่ถ้าต้องการขายของควรเจาะกลุ่มเจนวายที่อายุไม่เกิน 29 ปี เพราะส่วนใหญ่เป็นพนักงานที่มีรายได้ สินค้าที่เหมาะสมกับคนกลุ่มนี้ต้องเป็นของที่คนอายุไม่เกิน 30 ปี ใช้"
กิจกรรมครั้งนี้เป็นหนึ่งในหลายกิจกรรมที่กรุงศรีมุ่งเน้นการให้ข้อมูลความรู้และผลักดันสู่โอกาสการค้าขายจริง กรุงศรีพร้อมเป็นทีมเวิร์คกับลูกค้าธุรกิจ ด้วยการมอบบริการทางการเงินที่ครบวงจรและสนับสนุนโอกาสทางธุรกิจ







