
บิ๊กตู่นำทีมใช้พร้อมเพย์
ตั้งแต่รัฐบาลผลักดันระบบ “พร้อมเพย์” มีหลายกระแสที่มีความกังวลความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล กลัวที่จะถูกล้วงความลับ ทั้งนี้ รัฐบาลจะใช้ “พร้อมเพย์” เพื่อเป็นช่องทางการจ่ายสวัสดิการจากรัฐ เงินคืนภาษี เงินช่วยเหลือภัยพิบัติ ช่วยเหลือเกษตรกร และการโอนเงินระหว่างกันโดยไม่ต้องใช้เลขบัญชีด้วยค่าธรรมเนียมที่ถูกลง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายอี-เพย์เมนต์ของรัฐบาลด้วย
ตั้งแต่รัฐบาลผลักดันระบบ “พร้อมเพย์” มีหลายกระแสที่มีความกังวลความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล กลัวที่จะถูกล้วงความลับ ทั้งนี้ รัฐบาลจะใช้ “พร้อมเพย์” เพื่อเป็นช่องทางการจ่ายสวัสดิการจากรัฐ เงินคืนภาษี เงินช่วยเหลือภัยพิบัติ ช่วยเหลือเกษตรกร และการโอนเงินระหว่างกันโดยไม่ต้องใช้เลขบัญชีด้วยค่าธรรมเนียมที่ถูกลง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายอี-เพย์เมนต์ของรัฐบาลด้วย
เมื่อวันที่ 9 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสบแห่งชาติ ได้นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ลงทะเบียนสมัคร “พร้อมเพย์” กับธนาคารต่างๆ ก่อนการประชุม ครม.จะเริ่มขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีได้ฝากให้สถาบันการเงินร่วมกันประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเพื่อให้เข้ามาลงทะเบียนมากขึ้น เนื่องจากระบบพร้อมเพย์เป็นประโยชน์ต่อการรับโอนเงินและมีความปลอดภัย หากมีปัญหาโดยลูกค้าผู้ฝากเงินไม่ได้ทำรายการ สถาบันการเงินจะรับผิดชอบทั้งหมด
ทั้งนี้ การลงทะเบียน “พร้อมเพย์-PromptPay” เพื่อสนับสนุนโครงการระบบการชำระเงินแบบ Any ID ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติของรัฐบาล (อี-เพย์เมนต์) ซึ่ง “พร้อมเพย์” เป็นบริการที่จะช่วยให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถโอนเงินได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่และ/หรือเลขบัตรประจำตัวประชาชน แทนการระบุเลขที่บัญชีเงินฝากของผู้รับเงิน ซึ่งได้มีการเปิดให้ลงทะเบียนแล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป พร้อมให้บริการโอนเงินตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. 2559
ด้าน ปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ระบบพร้อมเพย์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นนี้เป็นประโยชน์กับประชาชนมาก โดยเฉพาะในแง่ของการลดต้นทุนในการใช้บริการ เพราะประชาชนที่โอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ ถ้าโอนไม่เกิน 5,000 บาท ก็ไม่ต้องเสียค่าโอน 5,000-3 หมื่นบาท เสียค่าบริการ 2 บาท ตั้งแต่ 3 หมื่น-1 แสนบาท เสียค่าบริการ 5 บาท เกินกว่า 1 แสนบาท จึงจะเสีย 10 บาท
ทั้งนี้ ปัจจุบันประชาชนลงทะเบียนพร้อมเพย์จำนวน 14 ล้านบัญชี แบ่งเป็นลงทะเบียนโดยใช้บัตรประชาชนจำนวน 11.5 ล้านบัญชี ใช้เบอร์มือถือ 2.5 ล้านบัญชี คาดว่าในสิ้นเดือน ต.ค. หลังเริ่มเปิดใช้บริการระบบพร้อมเพย์จะมีผู้ลงทะเบียนประมาณ 30 ล้านบัญชี และคาดว่าจำนวนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบริการนี้ไม่มีกำหนดปิดรับลงทะเบียน และประชาชนที่ยังไม่ลงทะเบียนก็จะเห็นว่าบริการนี้มีประโยชน์จริงๆ ก็จะทยอยมาสมัครเพิ่มเติม
“อัตราค่าธรรมเนียมการโอนผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ต่ำมากนี้ ธนาคารต่างๆ น่าจะคงระดับนี้ไว้อีกนานเพื่อดึงให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการ ซึ่งแม้รายได้ธนาคารจะลดลง แต่อีกด้านหนึ่งธนาคารจะประหยัดต้นทุนในการบริหารเงินสดลงไป ยิ่งคนใช้มากต้นทุนดังกล่าวของธนาคารก็ยิ่งลดลง” ปรีดี กล่าว
ด้าน ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ขณะนี้ลูกค้าได้ลงทะเบียนพร้อมเพย์กับธนาคารออมสินจำนวน 7 แสนบัญชี และลงทะเบียนรับสวัสดิการจากภาครัฐ 1.3 ล้านราย ยืนยันว่าระบบพร้อมเพย์มีความปลอดภัย ทั้งนี้เพื่อต้องการอำนวยความสะดวกกับลูกค้าในการโอนเงิน ปัจจุบันข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลบัตรประชาชน เบอร์มือถือ บัญชีรายได้ เป็นข้อมูลพื้นฐานที่แบงก์ต้องรับรู้ในการเปิดบัญชีเป็นปกติ จึงไม่ต้องกังวลการล้วงข้อมูล
สำหรับการลงทุนเพื่อวางระบบเครื่องรับการชำระเงินด้วยบัตร หรือ EDC ขณะนี้กลุ่มธนาคารที่รวมตัวเป็น 2 กลุ่ม อยู่ระหว่างการจัดทำร่าง TOR เพื่อให้ผู้ให้บริการเข้ามาเสนอราคา ซึ่งในส่วนของกลุ่มออมสินได้ร่วมกับธนาคารกรุงไทย ไทยพาณิชย์ กรุงศรี ทหารไทย ธนชาต คาดว่าจะทำการติดตั้งเครื่อง EDC ประมาณ 4-5 แสนเครื่อง กระจายไปตามร้านค้าทั่วประเทศ เมื่อรวมกันทั้งสองค่ายติดตั้งเครื่องรับบัตรประมาณ 8 แสน-1 ล้านเครื่อง ใช้เวลาติดตั้งประมาณ 2 ปี และเริ่มให้บริการได้ภายในปลายปีนี้







