
ส่งออกสินค้าเอสเอ็มอีขยับ
กสอ.เผยแนวโน้มส่งออกสินค้าเอสเอ็มอี ไตรมาสแรกขยายตัว 5.1% ชี้ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมแนวโน้มรุ่ง
กสอ.เผยแนวโน้มส่งออกสินค้าเอสเอ็มอี ไตรมาสแรกขยายตัว 5.1% ชี้ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมแนวโน้มรุ่ง
นายพสุ โลหารชุน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า แนวโน้มการส่งออกสินค้าของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไตรมาสแรกของปี 2559 ขยายตัว 5.1% มีมูลค่าถึงกว่า 1.49 ล้านล้านบาท โดยกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมของประเทศไทยที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมอาหารมีมูลค่าการส่งออก 6,495.28 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า2.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.46% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2558 2.อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนมีมูลค่าการส่งออก 6,895.55 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 2.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.86%
สำหรับที่ 3 ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับมีมูลค่าการส่งออก 4,722.06 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 1.6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.34% 4.อุตสาหกรรมยางพารามีมูลค่าการส่งออก 1,517.89 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 5.3 หมื่นล้านบาท ลดลง 12.50% และ 5.อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มมีมูลค่าการส่งออก 1,586.96 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 5.5 หมื่นล้านบาท ลดลง 6.64%
อย่างไรก็ตาม พบว่าปัญหาหลักของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยในปัจจุบันคือ ขาดการพัฒนาอย่างยั่งยืน สินค้าและบริการส่วนมากไม่สามารถพัฒนาคุณสมบัติและการออกแบบให้ตรงตามความต้องการของตลาด ทำให้สินค้าขายได้ในราคาต่ำ ซึ่งสาเหตุหลักสำคัญเป็นเพราะผู้ประกอบการยังขาดความรู้ความเข้าใจของการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ จึงริเริ่มจัดโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมุ่งส่งเสริมเอสเอ็มอีทั้งในพื้นที่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคด้วยงบประมาณกว่า 52 ล้านบาท โดยตั้งเป้าพัฒนาผู้ประกอบการทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 570 คน และพัฒนาเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชนได้ไม่ต่ำกว่า 177 กิจการ มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 180 วัน ซึ่งกำหนดแล้วเสร็จสิ้นเดือน ก.ย.นี้ โดยคาดว่าเมื่อสิ้นสุดโครงการแล้วจะสามารถเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ เพิ่มความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ และสามารถเพิ่มมูลค่าการจำหน่ายได้ไม่ต่ำกว่า 50%







