
สปก.เดินหน้าต่อ ยึดที่ดินนายทุน
ส.ป.ก.ไล่ยึดคืนที่ดินนายทุนต่อ ครอบครอง กว้านซื้อ ตั้งแต่ 100-500 ไร่ ส่วนแปลงเจ้าปัญหาที่กระบี่-สุราษฎร์ ให้จังหวัดเจรจา
ส.ป.ก.ไล่ยึดคืนที่ดินนายทุนต่อ ครอบครอง กว้านซื้อ ตั้งแต่ 100-500 ไร่ ส่วนแปลงเจ้าปัญหาที่กระบี่-สุราษฎร์ ให้จังหวัดเจรจา
นายสรรเสริญ อัจจุตมานัส เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ส.ป.ก.ได้ดำเนินการตามคำสั่ง คสช.ที่ 36/2559 ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก.จากนายทุนที่ครอบครองเกิน 500 ไร่ ในส่วนของพื้นที่ที่ศาลสั่งบังคับคดีแล้วเสร็จ จากนี้ ส.ป.ก.จะเข้าไปดำเนินการทวงคืนที่ดินที่มีนายทุนครอบครองเกิน 500 ไร่ขึ้นไป และที่ดินในส่วนของผู้ที่กว้านซื้อที่ดิน ส.ป.ก.เกิน 100 ไร่ขึ้นไปเป็นลำดับต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของที่ดิน ส.ป.ก.ที่ศาลสั่งบังคับคดีแล้ว ส.ป.ก.ยังไม่ได้เข้าไปดำเนินการ 2 แปลง ยังเหลือแปลงสวนปาล์มของบริษัท จิวกังจุ้ยพัฒนา จ.สุราษฎร์ธานี และแปลงที่กระบี่ เนื่องจากมีปัญหามวลชนเข้าไปจับจองจำนวนมากและเสี่ยงกับการปะทะและการก่อเหตุของมือที่สาม จึงให้ฝ่ายจังหวัดเข้าไปเจรจาก่อนเพื่อให้ได้ข้อยุติ จากนั้นจะเข้าไปดำเนินการในชั้นต่อไป
สำหรับพื้นที่ที่มีคำสั่งพิพากษาถึงที่สุดให้ขับไล่ เนื้อที่ตั้งแต่ 500 ไร่ขึ้นไป ใน 3 จังหวัด คือ จ.กระบี่ สุราษฎร์ธานี และนครราชสีมา จำนวน 5 แปลง เนื้อที่ 5,906 ไร่ โดยแปลง จ.นครราชสีมา 2 แปลง คือ แปลงของ พล.ต.ต.ชาลี เภกะนันท์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่ทำหนังสือยินดีคืนที่ดินให้ ส.ป.ก.และแปลงนายชูเกียรติ ตั้งพงษ์ปราชญ์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่ยินดีออกจากพื้นที่ และอีก 2 แปลงที่มีปัญหาประชาชนเข้าไปจับจองพื้นที่จำนวนมากยังไม่สามารถดำเนินการได้
ก่อนหน้านี้ สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ เพื่อขอความเป็นธรรมไม่ขับไล่คนจนออกจากที่ดิน ส.ป.ก. โดยมี นายอำนวย ปะติเส ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ รับหนังสือ โดยนายอำนวยจะลงพื้นที่ติดตามข้อเท็จจริงวันที่ 5 ส.ค. 2559 นี้
สำหรับพื้นที่แปลงดังกล่าวมีผู้อยู่อาศัยประมาณ 70 ครัวเรือน ราว 1,000 คน ได้เข้ามาจับจองพื้นที่ ในเขตสวนปาล์มของบริษัท จิวกังจุ้ยพัฒนา ในพื้นที่ ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 700 ไร่ ในนามของชุมชนคลองไทรพัฒนา ซึ่ง ส.ป.ก.ได้เข้าดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว เมื่อปี 2548 ภายหลังที่พบว่าบริษัทได้บุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. และชุมชนได้เข้าไปทำกินเมื่อปี 2551 และต่อมาศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้ ส.ป.ก.ชนะเมื่อปี 2557 และขอให้ฝ่ายรัฐบาลพิจารณาและอนุญาตให้ประชาชนกลุ่มนี้ได้อยู่อาศัย ยังไม่มีการไล่รื้อตามประกาศ คสช.
ทั้งนี้ ปัจจุบันประชาชนในพื้นที่ได้ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาอาศัยใน ต.ไทรทอง เพื่อรอการจัดที่ดิน แต่พบว่าประชาคมชุมชน ต.ไทรทอง ไม่ยอมรับกลุ่มคนดังกล่าวว่าเป็นคนในพื้นที่







