
ร้องแผนสุขภาพเอกชนทำผิดกม.
โพสต์ทูเดย์
— กระทุ้งเอกชนทำแผนผลกระทบสุขภาพใหม่ เครือข่ายประชาชนชี้ทำผิดกฎหมาย ขีดเส้น 7 วันต้องได้คำตอบนายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก เปิดเผยว่า ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) บริษัท ปตท. และบริษัท สยามซีเมนต์ กรุ๊ป แจ้งข้อเรียกร้อง 4 ข้อ คือ 1.ให้ ส.อ.ท.รวมถึงบริษัทในโครงการต่างๆ 20 โครงการ พิจารณากระบวนการทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) ใหม่ เนื่องจากพบว่าดำเนินการผิดขั้นตอนตามเนื้อหาทางกฎหมาย โดยให้ตอบกลับภายใน 7 วัน หากไม่ตอบกลับก็จะมีมาตรการอื่นๆ ดำเนินการตามมา
สำหรับแนวทางการปฏิบัติตามเอชไอเอที่ไม่ถูกต้อง เช่น แจ้งสาธารณชนที่สนใจเข้าร่วมรับฟังความเห็นไม่ครบ 1 เดือน ไม่ครอบ คลุมถึงกลุ่มเป้าหมาย และเปิดเผยเอกสารไม่ถึง 15 วัน ทั้งยังจัดเวทีรับฟังความเห็นหลายโครงการพร้อมกัน ไม่สามารถเข้ารับฟังได้ครบ เนื้อหาในเอกสารก็ไม่ครบถ้วน เป็นต้น ซึ่งเหตุอาจเกิดจากความรีบร้อน เพราะมีภาระด้านการเงิน และการทำเอชไอเอเป็นกระบวนการใหม่ จึงอาจมีข้อผิดพลาดอยู่บ้างทำให้ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการทำเอชไอเอ
โครงการที่เข้าข่ายดังกล่าวอาทิ โครงการโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 6 ของบริษัท ปตท. โครงการโรงงานโอเลฟินส์และโครงการเปลี่ยนแปลงรายรายละเอียดโครง การโรงงานโอเลฟินส์ ของบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นต้น
2.ให้ ส.อ.ท. ตั้งคณะกรรมการร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงในการก่อสร้างอาคารโรงงานทุกโครงการ เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายที่ร้ายแรง 3.เครือข่ายฯ ขอมีส่วนร่วมโครงการ
“เพื่อนชุมชน ความร่วมมือของกลุ่มอุตสาหกรรมไทย” และ 4. ให้เอกชนทำแผนลงทุน 5 ปี ให้ชัดเจน เพื่อให้ชุมชนเห็นภาพ สามารถรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งทั้ง ปตท.และสยามซีเมนต์รับข้อเสนอไปพิจารณานายพยุงศักดิ์ กล่าวว่า เอกชนได้ทำเอชไอเอตามเงื่อนไขแล้ว มิฉะนั้นคงไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ขณะที่แผนกขยายการลงทุนเป็นความลับของแต่ละบริษัท ซึ่งแนวโน้มจะเป็นไปในทิศทางอุตสาหกรรมเชิงนิเวศเป็นหลัก







