ธปท.ชี้การใช้จ่ายในประเทศเดือนมิ.ย.หด
ธปท.เผยภาวะเศรษฐกิจเดือนมิ.ย.ชะลอลง จากการบริโภคภาคเอกชนลดลง แต่ภาพรวมเศรษฐกิจในไตร 2 ปรับดีขึ้นกว่าไตรมาสแรก ทำให้แนวโน้มครึ่งปีหลังยังโตได้
ธปท.เผยภาวะเศรษฐกิจเดือนมิ.ย.ชะลอลง จากการบริโภคภาคเอกชนลดลง แต่ภาพรวมเศรษฐกิจในไตร 2 ปรับดีขึ้นกว่าไตรมาสแรก ทำให้แนวโน้มครึ่งปีหลังยังโตได้
น.ส.พรเพ็ญ สดศรีชัย ผู้อำนวยการ สำนักเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนมิ.ย. 2559 ชะลอลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน การบริโภคภาคเอกชนหรือการใช้จ่ายของประชาชนปรับลดลงเล็กน้อย โดยหดตัวลง 0.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ตามยอดขายยานยนต์ที่เร่งไปมากในเดือนก่อนที่มีการส่งเสริมการขายและการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ สะท้อนกำลังซื้อของครัวเรือนทั้งในและนอกภาคเกษตรที่ยังไม่เข้มแข็งนัก ซึ่งรายได้ครัวเรือนภาคเกษตรขยายตัวลดลงเหลือ1.7% จาก 6.5% ในเดือนพ.ค. และบวกกับภาคท่องเที่ยวก็ชะลอลงเล็กน้อย ติดลบ 1.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า จากการลดลงของนักท่องเที่ยวกลุ่มมาเลเซีย อินโดนีเซีย ประเทศในตะวันออกกลาง เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลถือศีลอด ขณะที่การส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำยังซบเซาต่อเนื่องลดลงจากเดือนก่อนหน้า 1.4% ตามเศรษฐกิจคู่ค้าที่ฟื้นตัวช้าและปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังคงมีอยู่ ส่งผลให้การผลิตและการลงทุนภาคเอกชนยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ
อย่างไรก็ดี พระเอกของเศรษฐกิจที่ช่วยให้เศรษฐกิจไปได้ คือ การใช้จ่ายภาครัฐยังทำได้ดีต่อเนื่อง และภาคการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวดี แม้ในเดือนนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติหลังปรับฤดูกาลแล้วจะลดลงบ้าง แต่น่าจะเป็นผลจากปัจจัยชั่วคราว
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอลงเล็กน้อย อยู่ที่ 0.38% ตามราคาอาหารสดที่ปรับลดลง เนื่องจากปัญหาภัยแล้งที่คลี่คลาย ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวจากเดือนก่อนที่ 1.1%
น.ส.พรเพ็ญ กล่าวว่า ส่วนเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ปีนี้ ยังขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และปรับดีขึ้นจากไตรมาสแรก และระยะเดียวกันปีก่อน จากการใช้จ่ายภาครัฐและภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวดีต่อเนื่อง ในขณะที่การบริโภคภาคเอกชนปรับดีขึ้น ตามกำลังซื้อของครัวเรือนภาคเกษตรที่รายได้เริ่มกลับมาขยายตัวได้ หลังจากปัญหาภัยแล้งคลี่คลายลงและความเชื่อมั่นที่ดีขึ้น ส่วนภาคการส่งออกปีนี้ทั้งปีน่าจะติดลบที่ 2.5% เท่าที่ประมาณการไว้ และธปท.ยังไม่มีแนวคิดที่จะปรับประมาณการณ์ใหม่แต่อย่างใด ยังมองว่าปีนี้จะโตได้ที่ 3.1%
“แนวโน้มเศรษฐกิจในระยะต่อไปหรือครึ่งปีหลัง น่าจะทยอยปรับดีขึ้นได้ แต่คงไม่เร่งขึ้นแรง” น.ส.พรเพ็ญกล่าว







