
เพิ่มโทษปลอมหีบห่อสินค้า4เท่าตัว
พาณิชย์เผยกฎหมายเครื่องหมายการค้าฉบับใหม่มีผลแล้ว เพิ่มโทษจำคุกปลอมหีบห่อ-ขวดบรรจุสินค้าเป็น 4 ปี
พาณิชย์เผยกฎหมายเครื่องหมายการค้าฉบับใหม่มีผลแล้ว เพิ่มโทษจำคุกปลอมหีบห่อ-ขวดบรรจุสินค้าเป็น 4 ปี
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559 ได้มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งกฎหมายเครื่องหมายการค้าฉบับใหม่จะกำหนดบทลงโทษสำหรับการนำหีบห่อ หรือภาชนะที่แสดงเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้ มาใช้บรรจุสินค้าของตนเองหรือบุคคลอื่น เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้า โดยจะมีอัตราโทษเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก โดยเฉพาะบทลงโทษจำคุกที่จะเพิ่มโทษเป็นไม่เกิน 4 ปี
ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ามีสินค้าปลอมระบาดอย่างมาก โดยเฉพาะการสินค้าปลอมมาบรรจุในขวดหรือหีบห่อของแบรนด์สินค้าแท้ เช่น สุรา น้ำมันเครื่อง แชมพู รวมถึงผลผลิตยา ซึ่งถือเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ซึ่งตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559 ผู้กระทำความผิดจะมีโทษจำคุก 4 ปี หรือปรับ 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จากเดิมที่อัตราโทษการปลอมขวดหรือหีบห่อสินค้าจะอาศัยบทกฎหมายอาญา มาตรา 272 และ 275 ซึ่งจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกฎหมายอาญาดังกล่าวยังให้ผู้เสียหายและผู้ละเมิดไกล่เกลี่ยยอมความกันได้
“การใช้กฎหมายฉบับใหม่ถือเป็นการดูแลผู้บริโภค ซึ่งพบว่ามีการระบาดของการจำหน่ายสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าจำนวนมาก เช่น เหล้า ล่าสุดตำรวจก็ได้ดำเนินการจับกุมแหล่งผลิตปลอมแปลงเหล้าไป 2,000 ขวด โดยยี่ห้อที่มักถูกปลอมแปลงคือแบล็ค เลเบิ้ล และเรด เลเบิ้ล ส่วนไวน์ก็มีการปลอมแปลงโดยนำไวน์ Bin 2 มาติดฉลากเป็น Bin 389 เพื่อให้ขายได้ราคาสูงขึ้น และยังมีสินค้ากลุ่มน้ำมันเครื่อง ที่พบว่ามีการปลอมมาก ซึ่งผู้บริโภคต้องระวัง หากพบว่าสินค้าถูกกว่าปกติ ดังนั้น เชื่อว่าการใช้กฎหมายดังกล่าวจะเป็นการป้องปรามและทำการปลอมแปลงหีบห่อสินค้าลดลง” นางนันทวัลย์ กล่าว
นางนันทวัลย์ ยังระบุว่า พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้าฉบับปรับปรุงใหม่ มีบทบัญญัติให้ขยายการความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าไปยังเครื่องหมายเสียง และกำหนดให้มีการรับจดทะเบียนเสียงเป็นเครื่องหมายการค้าได้ นอกเหนือจากเครื่องหมายการค้าที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาที่มีการจดทะเบียนอยู่ในปัจจุบัน เช่น เสียงดนตรีจากการขายไอศกรีม เสียงเริ่มต้นรายการโทรทัศน์ เสียงเริ่มต้นของรายการข่าว เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจสามารถใช้เครื่องหมายเสียงในการส่งเสริมการตลาดและใช้ในการแข่งขันทางการค้า
อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังได้ปรับปรุงขั้นตอนและระยะเวลาจดทะเบียนเครื่อง หมายการค้าให้มีความชัดเจนและรวดเร็วมากขึ้น รวมทั้งการลดขั้นตอนการวินิจฉัยอุทธรณ์จาก 90 วัน เหลือ 60 วัน และการปรับปรุงค่าธรรมเนียมให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยปรับค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวทุกรายการ เช่น ค่าธรรมเนียมคำคัดค้านเดิมฉบับละ 1,000 บาท เป็นฉบับละ 2,000 บาท
นอกจากนี้ กฎหมายยังได้เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้พิธีสารมาดริด (Madrid Protocol) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออกไทยในการยื่นจดเครื่องหมายการค้าในอีก97 ประเทศ เพราะผู้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสามารถยื่นจดที่ประเทศไทย และสามารถระบุประเทศที่ต้องการขอรับการคุ้มครองได้







