
นายทุนสปก.ซุ่มเงียบ
พล.อ.ฉัตรชัย ไม่หวั่นคลื่นใต้น้ำ หลังรัฐเดินหน้ายึดคืนที่ดิน ส.ป.ก. สั่งสอบผู้มีอิทธิพลเชิงลึกป้องกันเหตุปะทะ
พล.อ.ฉัตรชัย ไม่หวั่นคลื่นใต้น้ำ หลังรัฐเดินหน้ายึดคืนที่ดิน ส.ป.ก. สั่งสอบผู้มีอิทธิพลเชิงลึกป้องกันเหตุปะทะ
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่รัฐบาลเริ่มปฏิบัติการเรียกคืนที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ที่ถูกนายทุนและผู้มีอิทธิพลบุกรุกครอบครองโดยมิชอบตั้งแต่ 500 ไร่ขึ้นไป ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 36/2559 จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานการต่อต้านปฏิบัติการเรียกคืนที่ดิน ส.ป.ก. แต่อย่างใด และไม่คิดว่าจะมีคลื่นใต้น้ำ เพราะที่ดินที่ได้คืนมาจะนำไปจัดสรรให้เกษตรกร
อย่างไรก็ตาม กระทรวงได้ประสานขอความร่วมมือจากฝ่ายความมั่นคงในแต่ละพื้นที่ เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดภาพเจ้าหน้าที่รัฐปะทะกับประชาชน ซึ่งในวันที่ 1 ก.ย.จะถึงกำหนดที่จะเข้ารื้อสิ่งปลูกสร้างและขอคืนที่ดิน ส.ป.ก. โดยเฉพาะพื้นที่มีการถือครองที่ดิน ส.ป.ก. ตั้งแต่ 500 ไร่ขึ้นไป และไม่มีผู้ครอบครองมาแสดงตัว
พล.อ.ฉัตรชัย ระบุว่า สำหรับแนวทางการปฏิบัติเรียกคืนที่ดิน ส.ป.ก.ตามคำสั่งที่ 36/2559 จะให้มีคณะทำงานระดับจังหวัดที่มีตัวแทนจากทุกภาคส่วน ทำหน้าที่ประเมินสถานการณ์ความรุนแรงในแต่ละพื้นที่โดยแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ 1.ระดับปกติ คือ พื้นที่ที่สถานการณ์ไม่รุนแรงจะให้ ส.ป.ก.จังหวัดเป็นหน่วยนำ และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย เจ้าหน้าที่ปกครอง และผู้ปกครองท้องที่เป็นหน่วยสนับสนุน และ 2.ระดับที่มีความเสี่ยง หรือสถานการณ์ที่อาจมีความรุนแรงเนื่องจากผู้ครอบครองมีอิทธิพล หรือมีกลุ่มบุคคลอยู่ในท้องที่จะให้ ส.ป.ก.จังหวัดนำเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร โดยมีนายทหารสัญญาบัตรเป็นหัวหน้าชุดและกำลังพลปฏิบัติ 10 นาย หรือมากกว่า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ผู้ปกครองท้องที่เป็นหน่วยสนับสนุน
“ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจะมีการวิเคราะห์ว่าผู้ครอบครองมีอิทธิพลหรือแกนนำเป็นใคร โดยจะสืบค้นประวัติเชิงลึก เช่น อาชีพ และประวัติอาชญากรรม ซึ่งจะขอข้อมูลจากหน่วยความมั่นคงเพื่อใช้ประโยชน์ในการเจรจา และกรณีคาดจะมีความขัดแย้งก็ให้เตรียมข้อมูลการเจรจาเพื่อหาข้อยุติ โดยเจรจาเป็นระดับพื้นที่ ระดับส่วนกลาง และระดับนโยบาย ขณะที่การดำเนินทุกขั้นตอนจะมีการบันทึกภาพไว้ เพื่อประโยชน์ในการทำงานและทางคดี โดยเฉพาะขั้นตอนรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างจะให้นายอำเภอหรือผู้แทน กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านแต่ละพื้นที่ ร่วมคณะทำงาน เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานได้รับอันตราย” พล.ฉัตรชัย ระบุ







