
เวียดนาม ตลาดศักยภาพ
การที่จะรู้จักประเทศใดประเทศหนึ่งได้ดีขึ้น การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นๆ ช่วยได้ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ พฤติกรรมการบริโภคในปัจจุบันของประชากรประเทศนั้นๆ จะถูกหล่อหลอมจากวิวัฒนาการทางสังคมและการเมืองในอดีต วันนี้จะขอพูดถึงเวียดนาม 1 ใน 2 ประเทศในอาเซียนที่มีการปกครองแบบสังคมนิยม
การที่จะรู้จักประเทศใดประเทศหนึ่งได้ดีขึ้น การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นๆ ช่วยได้ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ พฤติกรรมการบริโภคในปัจจุบันของประชากรประเทศนั้นๆ จะถูกหล่อหลอมจากวิวัฒนาการทางสังคมและการเมืองในอดีต วันนี้จะขอพูดถึงเวียดนาม 1 ใน 2 ประเทศในอาเซียนที่มีการปกครองแบบสังคมนิยม
ในอดีตดินแดนแถบนี้มีการสู้รบอย่างต่อเนื่องเพื่อการรักษาและขยายอาณาจักร อาณาจักรไดเวียดทางตอนเหนือถูกจีนรุกรานอย่างต่อเนื่อง ส่วนทางตอนใต้ก็มีอาณาจักรจามปาเป็นคู่อริ กว่าจะรวมตัวกันเป็นจักรวรรดิเวียดนามได้สำเร็จในปี 2345 (214 ปีที่แล้ว) จักรวรรดิเวียดนามยืนยาวได้เพียง 143 ปี ก็เข้าสู่ยุคอาณานิคมฝรั่งเศส ซึ่งเข้ามาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การกดขี่ประชาชนท้องถิ่นทำให้เกิดกระแสต่อต้านฝรั่งเศส นำไปสู่การก่อตัวของกลุ่มชาตินิยมต่างๆ และเมื่อสหรัฐเข้ามา สงครามเวียดนามประทุขึ้นและยืดเยื้อเป็นเวลาหลายปี จนวันที่ 2 ก.ค. 2519 เวียดนามทั้งสองส่วนเข้าด้วยกันและเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามนับแต่นั้นมา
การสิ้นสุดของสงครามเวียดนามผ่านพ้นมา 40 ปีเท่านั้น โฉมหน้าของเวียดนามได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก การลงทุนจากต่างประเทศได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด จากข้อได้เปรียบหลายประการ ค่าแรงที่ถูก โครงสร้างประชากรกว่า 60% อยู่ในวัยทำงาน อัตราการรู้หนังสือสูงกว่า 90% ทำให้เวียดนามมีแรงงานคุณภาพจำนวนมาก มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทั้งสัตว์น้ำ น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรสำคัญของโลก เช่น พริกไทย ข้าว กาแฟ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และอาหารทะเล
เวียดนามเป็นตลาดขนาดใหญ่มีประชากรมากกว่า 90 ล้านคน มีกำลังซื้อมากขึ้นตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ในอัตราเฉลี่ย 6% ต่อปี เวียดนามมีการจัดทำ FTA กับหลายประเทศที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ เวียดนามจึงสามารถเป็นทั้งตลาดรองรับสินค้าและบริการของไทย และฐานการผลิตเพื่อการส่งออกต่อไป







