
กรมที่ดินยุค 4.0 เร่งโฉนดออนไลน์
หนึ่งในนโยบายของรัฐบาลที่ผลักดันให้หน่วยงานสำคัญคือกรมที่ดินให้เร่งแก้ปัญหาการออกเอกสารสิทธิที่นับจากนี้ไปจะต้องเป็นศูนย์หรือไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นน้อยที่สุด
หนึ่งในนโยบายของรัฐบาลที่ผลักดันให้หน่วยงานสำคัญคือกรมที่ดินให้เร่งแก้ปัญหาการออกเอกสารสิทธิที่นับจากนี้ไปจะต้องเป็นศูนย์หรือไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นน้อยที่สุด
อภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงนโยบายของกรมที่ดินว่า นับจากนี้จะต้องไม่ผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะการออกโฉนดที่ดิน ที่การกำหนดพื้นที่ในการเดินสำรวจต้องออกเป็นระวางไป จะไม่ออกเป็นพื้นที่กว้างๆ ระวางไหนมีพื้นที่ของรัฐมาเกี่ยวข้องต้องดูอย่างถี่ถ้วน อีกทั้งให้มีภาคประชาชนเข้ามาร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นประธานหอการค้าจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้านต้องเข้ามามีส่วนร่วม โดยใช้เทคโนโลยีของแผนที่ และก่อนออกโฉนดขั้นตอนสุดท้ายจะต้องมีเวทีประชาคมตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้งว่าที่แปลงดังกล่าวมีการสวมสิทธิในที่ดินหรือไม่
“การออกเอกสารสิทธิเกี่ยวกับที่ดินนั้นมีความสำคัญ เนื่องจากดูแลเรื่องสิทธิของประชาชน ซึ่งหากความมั่นคงของเอกสารเหล่านี้ดำรงอยู่ จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนดีตามไปด้วย ที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับว่ามีเหตุบกพร่องที่เกิดขึ้นจากการออกเอกสารสิทธิอยู่บ้าง”
ขณะนี้การดำเนินการของกรมที่ดินแม้ว่าจะมีประมวลกฎหมายจากกรมที่ดินในการใช้อยู่ แต่ต้องคำนึงถึงกฎหมายอื่นๆ เช่น กฎหมายป่าไม้ กฎหมายของรัฐต่างๆ รวมถึงการสงวนหวงห้ามตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับที่ดินของรัฐ ทั้งการป้องกันในเรื่องการบุกรุกที่ดินของรัฐและการถือครองที่ดินของรัฐที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงได้เชิญหน่วยงานของรัฐและมีหน้าที่ในการตรวจสอบ เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาให้คำแนะนำและแสดงข้อคิดเห็นร่วมกัน เป็นต้น
ที่ผ่านมากรมที่ดินได้เดินหน้าโครงการวันแมป (One Map) ที่ต้องการทำให้เขตที่ดินของภาครัฐทั้งประเทศทุกประเภทต้องชัดเจน การยึดถือแนวเส้นเขตที่ดินแนวเดียวกันทำให้การดำเนินงานของผู้ดูแลที่ดินรัฐมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยกรมที่ดินดูแลเรื่องการออกเอกสารสิทธิ เพราะที่ผ่านมาการรับรองแนวเขตที่ดินของรัฐนั้นไม่นิ่ง มีการขยับไปมา และหลายหน่วยงานยึดถือเส้นที่ดินเขตของรัฐไม่ตรงกัน
ทั้งนี้ โครงการวันแมป ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2558-30 ก.ย. 2559 ปัจจุบันมีความคืบหน้าแล้ว 90% เนื่องจากที่ผ่านมาแนวเขตของรัฐนั้นทับซ้อนกับแนวเขตปกครอง ซึ่งหลายครั้งแนวเขตที่ดินของรัฐยึดถือแนวเขตที่ดินปกครอง แต่ทาบกันแล้วไม่ลงตัวเกิดปัญหาทับซ้อนต้องให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณา ปัจจุบันจึงใช้มาตราส่วนแผนที่ 1:4,000 จากเดิม 1:50,000 ซึ่งละเอียดน้อยกว่า
นอกจากนี้ รัฐบาลได้เพิ่มอัตรากำลังช่างรังวัด จากเดิมที่ต้องใช้เวลารอ 120 วัน ปัจจุบันเหลือ 80 วัน ซึ่งใช้เทคนิคการเดินสำรวจแบบกลุ่ม และใช้อำเภอที่ขาดแคลนมาช่วยเหลือ ปัจจุบันช่างรังวัดมีอยู่ 2,150 คน โดยในปีงบประมาณ 2559 ได้มาเพิ่ม 300 คน และเริ่มให้ช่างรังวัดเอกชนที่ขึ้นทะเบียนเข้ามามีส่วนร่วม
นโยบายต่อมาคือ การพัฒนาศูนย์ข้อมูลที่ดินต้องใช้เทคโนโลยีออนไลน์ โดยโฉนดทุกแปลงเป็นไฟล์ดิจิทัล โดยใช้กูเกิลแมปร่วมกัน ซึ่งท้องถิ่นก็จะสามารถใช้ในเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ ปัจจุบันโฉนดทั่วประเทศมีอยู่ 33 ล้านแปลง เอกสารเกี่ยวกับที่ดินจะพัฒนาไปสู่โฉนดให้หมด โดยเป้าออกโฉนดที่ดินต่อปีเฉลี่ย 2 แสนกว่าแปลง/ปี จะทำให้การจดทะเบียนนิติกรรมที่จังหวัดไหนทำได้เหมือนทะเบียนราษฎรปัจจุบันในขั้นตอนเริ่มต้น เนื่องจากการจัดทำเอกสารเกี่ยวกับที่ดินเป็นเรื่องที่ละเอียดและเกี่ยวข้องกับหลายบุคคล
สิ่งที่สำคัญคือ การดำเนินงานของเจ้าพนักงานรัฐต้องเป็นไปอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ชัดเจน







