posttoday
ธุรกิจกับสังคมต้องไปคู่กัน

ธุรกิจกับสังคมต้องไปคู่กัน

15 กรกฎาคม 2559

การที่ธุรกิจเติบโตได้รวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น อาจไม่ใช่คำตอบแท้จริงของการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เพราะหลายครั้งการเติบโตก็มาเร็วแล้วไปเร็ว เป็นผลจากระหว่างทางขาดกลยุทธ์ที่จะออกแบบเพื่อให้ธุรกิจนั้นอยู่ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

การที่ธุรกิจเติบโตได้รวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น อาจไม่ใช่คำตอบแท้จริงของการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เพราะหลายครั้งการเติบโตก็มาเร็วแล้วไปเร็ว เป็นผลจากระหว่างทางขาดกลยุทธ์ที่จะออกแบบเพื่อให้ธุรกิจนั้นอยู่ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

อาชว์ วงศ์จินดาเวศย์ ผู้ก่อตั้ง Socialgiver (โซเชียลกิฟเวอร์) พื้นที่ออนไลน์สำหรับซื้อสินค้าและบริการราคาพิเศษไปพร้อมช่วยสังคม เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นตัวกลางขายดีลห้องพัก ร้านอาหาร สปา สินค้าและบริการอื่นๆ ในราคาพิเศษ ที่อาจได้รับความนิยมอย่างมากในระยะแรกที่เปิดตัว แต่ก็ต้องปิดตัวไปอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะกลยุทธ์ที่ใช้เน้นขายแฟลช ดีล คือการมอบส่วนลดแบบพิเศษ ซึ่งการทำลักษณะนี้ไม่ใช่แนวทางที่ทำให้ธุรกิจยั่งยืนได้

สำหรับโซเชียลกิฟเวอร์มองว่า การสร้างความจงรักภักดีในกลุ่มผู้บริโภค พร้อมทำให้แบรนด์ของผู้ประกอบการคู่ค้าแข็งแกร่ง เป็นแนวทางสำคัญที่ทำธุรกิจได้ยั่งยืนกว่า หากทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและสังคมประสบความสำเร็จไปด้วยกัน แม้ทำกำไรได้น้อยแต่จะสร้างความยั่งยืนได้ระยะยาว

“โครงสร้างธุรกิจที่เราทำคือ เน้นสร้างมูลค่าร่วมกันระหว่างลูกค้าและภาคธุรกิจในการช่วยเหลือสังคม เพราะธุรกิจและสังคมต้องไปด้วยกัน ทำอย่างไรให้ธุรกิจโตยั่งยืนได้โดยที่สังคมได้ประโยชน์ด้วย ปัจจุบัน
โซเชียลกิฟเวอร์เปิดมา 1 ปี อาจยังสร้างรายได้ไม่ถึงระดับเลี้ยงดูตัวเองได้ แต่เชื่อมั่นว่าใน 2 ปีข้างหน้านี้โครงสร้างธุรกิจที่มีจะทำให้เลี้ยงดูตัวเองได้และโตยั่งยืนแน่นอน”

อาชว์ กล่าวว่า โซเชียลกิฟเวอร์เป็นเว็บไซต์กลางขายห้องพัก อาหาร สปา หรือกิจกรรมในราคาพิเศษ ผู้ประกอบการจะนำบริการส่วนที่ไม่ได้ใช้มาให้โซเชียลกิฟเวอร์ขายในราคาพิเศษ ส่วนคนที่ซื้อไปก็ได้ช่วยสังคมไปด้วยในตัวเพราะรายได้จากการซื้อขายบริการต่างๆ ผ่านโซเชียลกิฟเวอร์ 70% บริจาคให้มูลนิธิต่างๆ ที่ร่วมโครงการ

ปัจจุบันหลังดำเนินธุรกิจมาครบ 1 ปีแล้ว มีโรงแรม ร้านอาหาร สปา และผู้ให้บริการด้านกิจกรรมเป็นพันธมิตรกว่า 100 ราย ในจำนวนนี้มีบริการให้นำมาขายเป็นประจำ 60 ราย ขณะที่ปัจจุบันโซเชียลกิฟเวอร์มีดีลใหม่มาขายผ่านเว็บไซต์ สัปดาห์ละ 2-4 ดีล จำนวนผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์โซเชียลกิฟเวอร์มีแล้ว 6.9 หมื่นคน คนที่ซื้อจริงยังอยู่ที่ 1,000 คน สิ้นปีนี้คาดหวังเพิ่มจำนวนผู้ซื้อจริงถึง 3,000 คน

สิ่งที่โซเชียลกิฟเวอร์ต้องเร่งทำหลังจากนี้คือ สื่อสารให้ 3 ฝ่ายเข้าใจตรงกันคือ 1.สื่อสารกับองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร (เอ็นจีโอ) ที่โซเชียลกิฟเวอร์จะช่วยระดมทุนให้ 2.สื่อสารกับภาคธุรกิจที่จะนำบริการส่วนที่ไม่มีคนจองมาบริจาคให้โซเชียลกิฟเวอร์นำไปขาย 3.สื่อสารกับประชาชนผู้ซื้อว่าการซื้อผ่านโซเชียลกิฟเวอร์มีส่วนช่วยเหลือสังคม

ยกตัวอย่างเช่นในวันที่ 26 ก.ค.นี้ เวลา 14.30-17.30 น. มีกิจกรรมตัวอย่างที่ร้านเครป แอนด์ โค ซอยหลังสวน นอกจากนี้จะพยายามหาบริการมานำเสนอให้หลากหลายขึ้นเน้นให้ราคาครอบคลุมทุกระดับความต้องการ มีบริการโรงแรม ร้านอาหาร กิจกรรม และอื่นๆ ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน มุ่งเป็นพันธมิตรระยะยาวไม่ใช่แค่ขายดีลราคาพิเศษระยะสั้นๆ แล้วจบไป

ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจมากสำหรับการทำให้สังคมและธุรกิจเดินไปได้คู่กัน เพราะหากสังคมไม่ดี ธุรกิจอาจดีในวันนี้แต่อาจไปต่อไม่ได้วันหน้า

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน