posttoday
ขายตรงชั้นเดียวรุกหนัก ปั้นยอดตลาดต่างประเทศ

ขายตรงชั้นเดียวรุกหนัก ปั้นยอดตลาดต่างประเทศ

14 กรกฎาคม 2559

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

ปัจจุบันทุกธุรกิจจะพึ่งพาเฉพาะกำลังซื้อจากในประเทศอย่างเดียวคงทำไม่ได้ผู้ประกอบการหลายรายจึงต้องเดินหน้าเปิดตลาดใหม่ๆ เพื่อเร่งยอดขาย

ทมิตา กิติรัตน์ชัย กรรมการบริหาร บริษัท เอสเอ็มที ปริ้นเซส เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในครึ่งปีหลังว่าจะใช้สบู่ แบรนด์ ควินนส์ เป็นสินค้าชูโรง เพื่อเป็นการสื่อสารออกไปในวงกว้างให้คนทั่วไปรู้จักบริษัทมากขึ้น โดยจะเข้าไปเปิดตลาดในประเทศอังกฤษ ผ่านตัวแทนจำหน่ายคนไทยที่ไปอาศัยอยู่ในประเทศดังกล่าว

เหตุผลหลักที่เจาะเข้าไปยังตลาดนี้ เพราะคนที่อังกฤษมีผิวแพ้ง่าย และมีความระมัดระวังต่อการใช้สินค้า ดังนั้นการสร้างความน่าเชื่อถือต่อแบรนด์สินค้าคือการแสดงเอกสาร หรือการการันตีสินค้าว่าสินค้าปลอดภัย ใช้แล้วไม่มีผลข้างเคียงใดๆ และหากสินค้าผ่านการรับรองโดยผู้บริโภคในประเทศอังกฤษจะเป็นเรื่องที่ดีที่จะขยายสินค้าออกไปยังประเทศอื่นๆ ในแถบยุโรป หรือหากมีตัวแทนสนใจ สามารถติดต่อเพื่อขอเป็นตัวแทนในเมืองนั้นๆ ได้ในอนาคต

ทั้งนี้ แม้ว่าอังกฤษจะโหวตออกจากการรวมกลุ่มในยุโรป หรือเบร็กซิต ขณะที่การส่งออกสินค้าไปยังอังกฤษก็ไม่ได้เปรียบจากเรื่องค่าเงิน สิ่งสำคัญคือต้องเร่งสร้างแบรนด์สินค้าคนไทยให้เป็นที่ยอมรับ

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัทเน้นจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะทางโซเชียลมีเดียเป็นหลัก ได้แก่ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรมและไลน์ ล่าสุดได้เพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านอี-คอมเมิร์ซ ทั้ง
อเมซอน อีเบย์ และผ่านเว็บไซต์ที่ประเทศจีนภายใต้ชื่อ Toaboa ซึ่งคาดว่าหลังเพิ่มช่องทางจำหน่ายแล้วจะทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักและสั่งซื้อสินค้าง่ายยิ่งขึ้น

“เหตุผลที่เราเลือกสบู่ควินนส์เป็นตัวชูโรง เพราะตั้งใจที่จะเปิดตลาดให้คนรู้จักบริษัทมากยิ่งขึ้น เพราะหากเลือกอาหารเสริมควบคุมน้ำหนักเป็นตัวชูโรงคงเป็นเรื่องยาก เพราะตลาดนี้มีการแข่งขันกันสูง จึงมองว่าสบู่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะชูโรง เพราะหากลูกค้าติดใจสบู่แล้ว ก็ต้องติดตามสินค้าอื่นๆ
อีกในครั้งถัดไป” ทมิตา กล่าว

สำหรับบริษัทได้วางงบการตลาดไว้ที่ 10 ล้านบาท/ปี โดยจะมีป้ายโฆษณาสินค้าบนรถประจำทาง การประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ต่างๆ 9,000 เว็บไซต์ การจัดกิจกรรมจับแจกชิงรางวัลที่จะเริ่มในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ รวมถึงการจัดทริปท่องเที่ยวต่างประเทศ

ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าวางจำหน่าย 2 กลุ่ม คือ 1.ภายใน ได้แก่ อาหารเสริมควบคุมน้ำหนัก ผิวพรรณ และเสริมสมรรถภาพ 2.ภายนอก ได้แก่ สบู่ควินนส์ ครีมกันแดด ครีมรักษาฝ้า รวมทั้งสิ้นมีสินค้าที่จำหน่าย 30 รายการ และจะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ 1-2 รายการ/เดือน ซึ่งในเดือน ก.ค.ปีนี้จะเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 1 รายการ คือ Mk Skin Brightening Cream โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถปิดยอดขายรวมได้ 100 ล้านบาท

จิรัฏฐ์  รุ่งสินเดชาพัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท หมอจุฬา ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบรนด์เอมซีแอล (MCL) และ จุฬา ออริจิ้น (Jula Origin) กล่าวว่า บริษัทมีแผนที่จะขยายตลาดไปต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกจากประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มเออีซีแล้ว ยังมีเป้าหมายที่จะกระจายสินค้าทุกกลุ่มไปยังประเทศจีน โดยเมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการเจรจากับนักลงทุนจากประเทศจีนถึงแนวทางการขยายตลาดเครื่องสำอางให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งถือว่าเป็นช่องทางการซื้อ-ขายสินค้าที่กำลังได้รับความนิยมจากลูกค้าในประเทศดังกล่าว เนื่องจากระบบการส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคได้มีการพัฒนาให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้ช่องทางออนไลน์ได้รับความไว้วางใจและเกิดการยอมรับเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังได้แต่งตั้งให้ เหยาเทียนหยู นักธุรกิจด้านออนไลน์เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวของบริษัท หมอจุฬา ประจำเมืองเซี่ยงไฮ้ เพื่อทำหน้าที่จำหน่ายเครื่องสำอางแบรนด์ MCL และ Jula Origin ทั้งปลีกและส่ง เนื่องจากผู้บริโภคในประเทศจีนให้ความไว้วางใจเรื่องคุณภาพ และนิยมซื้อสินค้าประเภทเครื่องสำอางจากประเทศไทย

“ที่ผ่านมาบริษัทประสบความสำเร็จในการเปิดตลาดในประเทศเมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนาม การที่ขยายตลาดใหม่ไปยังประเทศจีน เพราะบริษัทเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจของประเทศจีนเป็นที่น่าจับตาของทั่วโลก ขณะที่การร่วมมือกับพันธมิตรที่จะขยายตลาดจึงถือว่าเป็นโอกาสที่ดี เนื่องจากผู้บริโภคชาวจีนยังมองว่าสินค้าไทยมีคุณภาพดีและได้รับความนิยมจากประเทศจีน โดยช่วงเริ่มต้นจะทดลองตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ก่อน หลังจากนั้นจะขยายตลาดไปสู่ช่องทางอื่นๆ โดยช่วงแรกคาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 5%” จิรัฏฐ์ กล่าว

เหล่านี้คือการเดินหน้ารุกตลาดครั้งใหญ่ของผู้ประกอบการไทยที่ไม่ได้มองแค่ตลาดอาเซียน แต่พยายามเร่งขยายตลาดใหม่ เช่น จีนและอังกฤษ รวมถึงตลาดยุโรปที่ยังมีโอกาสเติบโต

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่