posttoday
'ศิริพร' พิสูจน์ฝีมือ ครบ 6 เดือน  ดัน บลจ.กรุงศรี โตต่อเนื่อง

'ศิริพร' พิสูจน์ฝีมือ ครบ 6 เดือน ดัน บลจ.กรุงศรี โตต่อเนื่อง

07 กรกฎาคม 2559

ผ่านไป 6 เดือน นับจากวันที่ 1 ม.ค. 2559 ที่ ศิริพร สินาเจริญ เข้ามาทำหน้าที่ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี และคงไม่เร็วเกินไปที่จะสรุปว่า บลจ.กรุงศรี ภายใต้การนำของ “แม่ทัพคนใหม่” สามารถทำผลงานได้ดี

ผ่านไป 6 เดือน นับจากวันที่ 1 ม.ค. 2559 ที่ ศิริพร สินาเจริญ เข้ามาทำหน้าที่ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี และคงไม่เร็วเกินไปที่จะสรุปว่า บลจ.กรุงศรี ภายใต้การนำของ “แม่ทัพคนใหม่” สามารถทำผลงานได้ดี

เพราะเมื่อดูจากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) ล่าสุด บลจ.กรุงศรี สามารถขยับขึ้นไปอยู่ที่ 3.43 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท หรือ 7% จาก 3.2 แสนล้านบาท เมื่อสิ้นปี 2558

น่าจะเรียกว่า มาได้เกือบครึ่งทางของเป้าหมายทั้งปี ที่ตั้งใจจะจบปีนี้ด้วย เอยูเอ็ม 3.73 แสนล้านบาท หรือเติบโต 16% จากสิ้นปี 2558

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย. 2559 ธุรกิจกองทุนรวม ซึ่งยังคงเป็นธุรกิจหลักของ บลจ.กรุงศรี เติบโตขึ้นไปถึง 2.81 แสนล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 1.85 หมื่นล้านบาท 7.04% จาก 2.63 แสนล้านบาท และมีส่วนแบ่งการตลาด อยู่ในอันดับ 5 ของอุตสาหกรรม ที่ 6.38%

“สำหรับธุรกิจกองทุนรวมที่มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ในอันดับ 5 ก็เป็นจุดที่เราพอใจ อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่า อุตสาหกรรมกองทุนรวมของประเทศไทย มีศักยภาพที่จะเติบโตได้มากขึ้น เพราะในขณะนี้มีสัดส่วนประมาณ 30% ของมูลค่าเศรษฐกิจ ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกาจะมีสัดส่วนมากถึง 70%” ศิริพร กล่าว

ขณะที่กองทุนส่วนบุคคล ข้อมูลล่าสุดเมื่อสิ้นเดือน พ.ค. 2559 อยู่ที่ 3.41 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,306 ล้านบาท หรือ 10.72% ส่วนแบ่งการตลาด 4.81% และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 2.77 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 982.6 ล้านบาท หรือ 3.68% ส่วนแบ่งการตลาด 3%

“เมื่อเดือน ม.ค.-ก.พ. บรรยากาศการลงทุนดูแย่มาก ทำให้นักลงทุนไม่กล้าเข้ามาลงทุน ทำให้นักลงทุนใหม่หายไปด้วย แต่พอเข้ามาเดือน มี.ค.-เม.ย. ความเชื่อมั่นเริ่มกลับมาทำให้มีเงินทุนไหลกลับมาลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะในกองทุนหุ้นไทย และกองทุนผสม” ศิริพร กล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับการเติบโตเฉลี่ยของอุตสาหกรรมในแต่ละธุรกิจแล้ว บลจ.กรุงศรี ยังมีอัตราการเติบโตต่ำกว่าเล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาในด้านจำนวนลูกค้า ศิริพร กล่าวว่า มีลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ศิริพร กล่าวอีกว่า “แม้จะมีลูกค้าเดิมออกไปบ้าง (หลังจากผู้บริหารเดิมลาออก) แต่ไม่ได้กระทบธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ และผลกระทบจะอยู่ที่กองทุนส่วนบุคคลมากกว่ากองทุนรวม แต่สัดส่วนไม่มากนัก ขณะที่นักลงทุนในกองทุนรวมไม่ได้ยึดติดกับตัวบุคคล”

“ผลงานในช่วงต้นนี้ถือว่า น่าพอใจ เพราะเราไม่ได้อยากเติบโตโดยไม่คิดอะไร อยากให้เป็นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ จึงไม่ได้ตะบี้ตะบันขายกองทุน ไม่ได้ขายกองทุนแล้วทิ้งลูกค้าไป แต่จะเน้นไปที่การทำความเข้าใจ เน้นการลงทุนแบบพอร์ตโฟลิโอ ที่เหมาะกับนักลงทุนแต่ละคน เพราะไม่มีสินทรัพย์ไหนที่ชนะได้ตลอดไป”

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มเอยูเอ็มไม่ใช่ “ความท้าทาย” ที่น่าหนักใจสำหรับ ศิริพร ในการเข้ามารับตำแหน่งแม่ทัพ บลจ.กรุงศรี

“ที่ผ่านมาองค์กร ผู้บริหาร และพนักงาน ร่วมมือกันทำให้ บลจ.กรุงศรี เติบโตขึ้นมาได้ดีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นความท้าทาย คือ จะทำอย่างไรให้การทำงานดีขึ้นไปอีก โดยเฉพาะการร่วมกันพัฒนาทีมงานของธนาคารเข้าใจผลิตภัณฑ์ เข้าใจตลาด ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นช่วงที่ผ่านมาจึงเน้นไปที่การพูดคุยกันมากขึ้น” ศิริพร กล่าว

ขณะที่การให้บริการลูกค้าจะเน้นไปที่ความต้องการของลูกค้า และทำให้ลูกค้ามองว่า “บลจ.กรุงศรีเป็นคู่คิดให้นักลงทุนในระยะยาว” ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ฝีมือ

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม