
ไทยพาณิชย์ตั้งสถาบันบริหารจัดการความมั่งคั่ง สร้างมนุษย์ทองคำสู่ธุรกิจ
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินอยู่ในระดับต่ำมาเป็นเวลานานหลายปี ทำให้ผู้ฝากเงินเริ่มหาทางลงทุนในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อที่จะให้ผลตอบแทนจากการฝากเงิน หรือผลตอบแทนในการลงทุนเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับคนที่มีความรู้ด้านการเงินดีสามารถที่จะดูแลความเสี่ยงการลงทุนได้ ก็ตัดสินใจเลือกการลงทุนเอง แต่สำหรับผู้ที่ไม่แน่ใจและไม่มีความรู้ทางการเงินมากพอก็สามารถใช้บริการที่ปรึกษาการลงทุน ที่ขณะนี้ทุกธนาคารมีบริการนี้เพื่อรองรับลูกค้าที่มีเงินแต่ไม่รู้จะไปลงทุนอะไรดี
ดังนั้น ธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนจึงกลายเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้นทุกที บุคลากรด้านนี้กลายเป็นมนุษย์ทองคำ เพราะบุคลากรไม่สามารถสร้างขึ้นมาทดแทนได้ในเวลาอันรวดเร็ว ผู้ที่จะให้คำปรึกษาทางการเงินจะต้องมีใบอนุญาตที่ปรึกษาจึงจะเข้ามาให้คำแนะนำได้
ลลิตภัทร ธรณวิกรัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายลูกค้าธนบดีธนกิจ (ไพรเวทแบงก์กิ้ง) ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในไทย จากเดิมบริการดังกล่าวถูกมองว่าเป็นบริการสำหรับลูกค้าเศรษฐี แต่ต่อไปการลงทุนและวางแผนการเงินจะเป็นเรื่องใกล้ตัวประชาชนมากขึ้น
ขณะนี้ SCB PRIVATE BANKING กว่า 7,000 ครอบครัว และสมาชิก SCB FITST มากกว่า 3 หมื่นราย ด้วยยอดสินทรัพย์รวมในปัจจุบันมากกว่า 8 หมื่นล้านบาท
ดังนั้น ธนาคารจึงเน้นพัฒนาบุคลากรให้คำปรึกษาทางการเงินแก่ลูกค้าไพรเวทแบงก์กิ้ง ทั้งคุณภาพและปริมาณ จึงร่วมกับสถาบันบริหารจัดการความมั่งคั่ง (Wealth Management Institute : WMI) สิงคโปร์ จัดทำหลักสูตรเอสซีบี เวลธ์ อะคาเดมี ซึ่งเป็นหลักสูตรการอบรมด้านการเงินสำหรับที่ปรึกษาการเงินส่วนบุคคล ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาการลงทุน (อาร์เอ็ม) 100 คน จากปัจจุบันมีอยู่ 100 คน
ลลิตภัทร กล่าวว่า เพื่อรองรับกำลังเข้าสู่อุตสาหกรรมยุคที่ 4 เราจึงแนะนำ “SCB Wealth Academy” ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพและสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานการให้บริการของที่ปรึกษาด้านการเงินส่วนบุคคล (Wealth Relationship Manager) ให้เทียบชั้นระดับโลก
“ยอมรับว่าเรื่องนี้ท้าทายมาก เพราะปัจจุบันบุคลากรกลุ่มนี้ขาดแคลน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ย้ายงานบ่อยเฉลี่ย 3-4 ปีครั้ง” ลลิตภัทร กล่าว
ทั้งนี้ ทางธนาคารไทยพาณิชย์จัดหลักสูตร SCB Wealth Academy ขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับ WMI ซึ่งเป็นสถาบันอบรมด้านการเงินที่มีหลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการบริหารจัดการความมั่งคั่งเป็นอันดับ 1 ในเอเชียและท็อป 3 ของโลก ซึ่งเราได้เคยส่งทีม Private Banker ไปเข้าร่วมอบรมมาแล้วก่อนหน้านี้เป็นธนาคารแรกในประเทศไทย หลักสูตร SCB Wealth Academy ที่เราสร้างขึ้นร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากทางสถาบัน จะช่วยให้ทีมงานมืออาชีพทุกคนของเราสามารถให้คำแนะนำ จัดสรรสินทรัพย์ อัพเดทความเคลื่อนไหวและแก้ปัญหาการลงทุนให้กับลูกค้าได้อย่างเต็มที่ เพื่อตอบโจทย์ในฐานะผู้ให้บริการไพรเวทแบงกิ้งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าในแบบที่เรียกได้ว่า “only the best can serve the best” อย่างแท้จริง สอดคล้องกับผลสำรวจล่าสุดที่ระบุว่าลูกค้ากลุ่มบนจะให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริการของ Private Banker ในการตัดสินใจเลือกธนาคารที่สุดถึง 83%
Foo Mee Har ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WMI กล่าวว่า หลักสูตร SCB Wealth Academy ได้ถูกออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนและเนื้อหาวิชาทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ให้เข้ากับรูปแบบการให้บริการและความคาดหวังในตัวที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคลสำหรับลูกค้าในเมืองไทย ทว่ามีความเข้มข้นของเนื้อหาและมาตรฐานระดับโลกที่จะทำให้ผู้ผ่านการอบรมเป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่พร้อมด้วยศักยภาพและความเชี่ยวชาญในการบริหารด้านการเงินในระดับเวิลด์คลาส ด้วยทักษะที่ครอบคลุมท่วงทันต่อสถานการณ์โลก มีความรู้ลึกและรู้จริง สามารถปรับกลยุทธ์การลงทุนและจัดสรรสินทรัพย์ที่เหมาะสมและตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยอยู่บนพื้นฐานของการรู้จักและเข้าใจธุรกิจ รวมถึงความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง ที่สำคัญบุคลากรในสายอาชีพ Wealth Relationship Manager หากสามารถสร้างผลงานที่โดดเด่นยังสามารถเติบโตไปเป็นผู้บริหารระดับสูงของธนาคารได้ในอนาคตด้วย
นอกจากนี้ ธนาคารยังได้พัฒนาต่อยอดศูนย์ข้อมูลด้านการลงทุน (Investment Intelligence Center : IIC) ให้กลายเป็นหน่วย Chief Investment Office (CIO) ที่เปรียบเหมือนคลังสมองในการบริหารกลยุทธ์การลงทุนที่เตรียมข้อมูลอัพเดททุกชั่วโมงตามสถานการณ์โลก ช่วยให้ Wealth Relationship Manager สามารถให้คำแนะนำสมาชิกแต่ละท่าน เพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เข้ากับเป้าหมายและความเสี่ยงเฉพาะบุคคลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นจุดแข็งของธนาคาร







