ยอดขายขยับ 2 เดือนติด ค่ายรถยังไม่ชัวร์ตลาดฟื้นจริง
สถานการณ์ตลาดรถยนต์ที่เริ่มเป็นบวกติดต่อกันในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. อาจเป็นสัญญาณที่ดีหลังจากที่ตลาดได้ชะลอตัว
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
สถานการณ์ตลาดรถยนต์ที่เริ่มเป็นบวกติดต่อกันในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. อาจเป็นสัญญาณที่ดีหลังจากที่ตลาดได้ชะลอตัว มาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 คาดว่าตลาดรวมจะลดลงประมาณ 10-15% จากปีก่อนมียอดขายอยู่ที่ 7.9 แสนคัน
ขณะที่ยอดขายสะสม 5 เดือนอยู่ที่ 302,581 คัน ตกลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขายอยู่ที่ 308,787 คัน แม้การที่ตลาด เริ่มเป็นบวกในเดือน เม.ย.-พ.ค. จะเป็นสัญญาณของการเริ่มฟื้นตัว แต่ก็ยังไม่สามารถที่เป็นข้อสรุปได้อย่างชัดเจนว่าตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ฟื้นตัวแน่แล้ว
โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดรถยนต์ 5 เดือนแรกของปีถือได้ว่าดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะตลาดรถกระบะและรถ เพื่อการพาณิชย์ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 52% ส่วนตลาดรถยนต์นั่งอยู่ที่ 48% จากปกติอยู่ในระดับ 50% ต่อ 50% จึงได้มีการปรับประมาณการตลาดรถยนต์เพิ่มขึ้นเป็น 7.5 แสนคัน จากต้นปีมองว่าจะอยู่ที่ 7.2 แสนคัน
"บริษัทได้ปรับเป้าหมายของบริษัทเพิ่มขึ้น เป็น 1.15 แสนคัน จากต้นปีตั้งไว้อยู่ที่ 1 แสนคัน เพื่อให้สอดคล้องกันสถานการณ์ตลาด ซึ่งใน 5 เดือนแรกบริษัทมียอดขายอยู่ที่ 61,119 คัน จากปีก่อนอยู่ที่ 58,448 คัน" โทชิอากิ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยความกังวลจากการขอออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ของอังกฤษ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตามองว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกมากน้อยแค่ไหน ซึ่งยังไม่สามารถประเมิน ได้ว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยเช่นไร
ด้าน สมภพ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดรถยนต์ที่เติบโตต่อเนื่อง 2 เดือนติดต่อกันนั้นยังเร็วไปที่จะประเมินสถานการณ์ได้ว่าจะเป็นตัวชี้วัดการฟื้นตัวได้อย่างชัดเจน โดยมองว่าต้องให้ผ่านไตรมาส 3 เป็นต้นไป จึงจะเริ่มประเมินได้ว่าตลาดรถยนต์จะเป็นไปในทิศทางใด
ขณะที่ 5 เดือนแรกของปีตลาดเริ่มส่งสัญญาณบวกเล็กน้อย ซึ่งตลาดที่มีอัตราการเติบโตคือตลาดรถเพื่อการพาณิชย์เป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดเป็นบวก ซึ่งทำให้ตลาดอาจดีกว่าที่คาดการณ์ไว้แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นก็ยังมีปัจจัยลบอื่นๆ อยู่ จึงทำให้บริษัทยังคงประเมินว่าภาพรวมของตลาดรถยนต์ในปีนี้จะอยู่ที่ 7.4 แสนคัน เท่ากับช่วงต้นปีที่ได้ประเมินไว้ เช่นเดียวกันเป้าหมายของบริษัทที่ยังอยู่ที่ 1.1 แสนคัน
ประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ กล่าวว่า เดือน เม.ย.-พ.ค. ที่ตลาดรถยนต์มีการเติบโตต่อเนื่อง 2 เดือนติดต่อกันยังคงไม่ชัดเจนถึงการเป็นสัญญาณของการฟื้นตัว เนื่องจากเป็นตัวเลขยอดขายที่สูงขึ้นจากการที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์บางรายได้อัดโปรโมชั่นรถ 2 รุ่นยอดนิยมในตลาดทั้งรถกระบะและรถยนต์นั่ง จึงทำให้ตลาดมีการเติบโตขึ้น
ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังยังมีปัจจัยที่จะต้องจับตามองคือการอัดฉีดงบประมาณของรัฐบาลในช่วงครึ่งปีหลังจะสามารถเห็นผลได้ทันภายในปีนี้หรือไม่ จึงมองว่าตลาดรถยนต์ครึ่งปีหลังจะทรงตัวเทียบเท่ากับครึ่งปีแรก พร้อมกับปัจจัยการสิ้นสุดของโครงการคืนภาษีรถคันแรกจะยังไม่ส่งผลดีต่อตลาดได้ทันภายในปีนี้ โดยจะเห็นผลอย่างชัดเจนใน ช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 2560 เนื่องจากเป็นช่วงที่มีผู้เข้าโครงการเป็นจำนวนมาก
"การแข่งขันด้านโปรโมชั่นในตลาดรถยนต์ จะยังคงมีความรุนแรงต่อเนื่อง เพราะอยู่ในช่วงตลาดชะลอตัว ทุกคนจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงให้ลูกค้าเข้าโชว์รูม" ประพัฒน์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมองว่าในช่วงสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวกลุ่มรถยนต์ที่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจาวันอย่างรถกระบะ รถเพื่อการพาณิชย์ และรถยนต์ประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์) ยังคงเป็นตัวผลักดันตลาดมากกว่ารถยนต์กลุ่มฟุ่มเฟือย โดยในปีงบ ประมาณ 2559 (มี.ค. 2559-เม.ย. 2560) บริษัทประมาณการตลาดรถยนต์อยู่ที่ 7.3-7.4 แสนคัน และตั้งเป้าส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัทไว้ที่ 7% หรืออยู่ที่ 5 หมื่นคัน จากปีงบประมาณ 2558 อยู่ที่ส่วนแบ่งการตลาด 6.6% หรือ 5.1 หมื่นคัน ซึ่งยอดขาย 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ (เม.ย.พ.ค.) อยู่ที่กว่า 1 หมื่นคัน ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
วัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การฟื้นตัวของตลาด 2 เดือนติดต่อกันถือเป็นดีมานด์เทียมของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์บางรายที่อัดโปรโมชั่นในรุ่นยอดนิยมอย่างรุนแรงในช่วงดังกล่าว ซึ่งปกติแล้วช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. จะเป็นช่วงที่ตลาดชะลอตัวมียอดต่อเดือนขายต่ำเนื่องจากการเร่งปิดยอดขายในปีงบประมาณช่วงเดือน มี.ค. จึงไม่อาจถือเป็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนของตลาดได้ และมองว่าภาพรวมตลาดในปีนี้จะอยู่ที่ 7.4 แสนคัน โดยการสิ้นสุดการถือครองรถยนต์ 5 ปี ในโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรกตั้งแต่เดือน ก.ย.-ต.ค. เป็นต้นไป จะเป็นปัจจัยบวกอย่างหนึ่งในการกระตุ้นตลาดได้
นอกจากนั้น มองว่าการแข่งขันด้านโปรโมชั่นในตลาดเริ่มชะลอตัวลงบ้าง เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่างเจาะกลุ่มเฉพาะตามรุ่นมากยิ่งขึ้น ไม่หว่านทั่วไปดังเช่นที่ผ่านมา
พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองประธานกรรมการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า สัญญาณการฟื้นตัวของตลาดในช่วง 2 เดือนติดต่อกัน มองว่าเป็นสัญญาณบวกที่ดีที่อาจจะต่อเนื่องไปถึงครึ่งปีหลัง แต่สัญญาณดังกล่าวยังเร็วไปที่จะสามารถฟันธงได้ว่าจะฟื้นตัวได้จริงของตลาดรถยนต์หรือไม่ ซึ่งบริษัทคาดว่าการสิ้นสุดการถือครองรถยนต์ในโครงการคืนภาษีรถคันแรก 5 ปี จะเป็นปัจจัยบวกที่กระตุ้นตลาดรถยนต์ในช่วงครึ่งปีหลัง
สำหรับ 5 เดือนแรกของปีบริษัทมียอดขาย อยู่ที่ 2,900 คัน ซึ่งคาดว่าทั้งปีจะเป็นไปตาม เป้าหมายที่วางไว้อยู่ที่ 1 หมื่นคัน หรือเติบโตมาก กว่า 2 เท่าจากปีก่อนที่อยู่ที่ 3,700 คัน โดยมองว่าในปีนี้ภาพรวมตลาดรถยนต์จะอยู่ที่ 8 แสนคัน
วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพตลาดรถยนต์ 2 เดือนที่เติบโตต่อเนื่องกัน และยังถือเป็นการเติบโตครั้งแรกของตลาดรถยนต์นั่งครั้งแรกในรอบ 36 เดือน นับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2556 และเป็นการเติบโตต่อเนื่องของตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์เป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน
ด้านตลาดรถยนต์สะสม 5 เดือน ตลาดรถยนต์นั่งลดลง 17.4% ส่วนตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์เพิ่มขึ้น 8.5% แต่จากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่องนาน ส่งผลให้ทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือนระมัดระวังเรื่องการลงทุนและใช้จ่าย ทำให้ยอดขายสะสมยังคงชะลอตัว ซึ่งถึงแม้ว่าเศรษฐกิจในประเทศเริ่มมีแนวโน้มที่ดี แต่อย่างไรก็ตามความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบต่อ การส่งออก และกำลังซื้อที่ยังไม่ขยายตัวทำให้ แนวโน้มตลาดยังคงอยู่ในสภาวะทรงตัว
ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นภาพว่าผู้ผลิตรถทุกราย ยังไม่นิ่งนอนใจต่อการฟื้นตัวของตลาดในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาจึงไม่มีการปรับแผนตลาดเพื่อรองรับการฟื้นตัวของตลาดแต่อย่างใด ซึ่งคงจะต้องจับตาตัวเลขตลาดรวมครึ่งปีในวันที่ 26 ก.ค.นี้ หากตลาดยังเป็นบวกต่อเนื่องถึงค่อยว่ากันอีกที


