
พม่าจ่อพัฒนา‘วาเล่ย์’ ค้าชายแดนแม่สอดพุ่งไม่หยุด
การค้าชายแดนด่านแม่สอด จ.ตาก เขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามเมืองเมียวดีของเมียนมานั้นขยายตัวเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดย...อัศวิน พินิจวงศ์
การค้าชายแดนด่านแม่สอด จ.ตาก เขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามเมืองเมียวดีของเมียนมานั้นขยายตัวเติบโตอย่างต่อเนื่อง สินค้าผ่านแดนจากแม่สอดเข้าเมียวดีเป็นไปอย่างคึกคักทุกวัน แม้เป็นช่วงฤดูฝน บริเวณด่านพรมแดนก็มีรถบรรทุกสินค้ารอผ่านด่านศุลกากรเป็นจำนวนมาก
วิศวะ ปิติสุขสมบัติ นายด่านศุลกากรแม่สอด บอกว่า ครึ่งปีแรกของปี 2559 ระหว่างเดือน ม.ค.-มิ.ย. มูลค่าการค้าชายแดนมีมูลค่าประมาณ 38,533 ล้านบาท สูงกว่าปี 2558 ที่ผ่านมาประมาณ 12% และมีแนวโน้มสูงมากขึ้นจนถึงสิ้นปีนี้ จากเส้นทางคมนาคมที่สะดวกรวดเร็วขึ้น รถบรรทุกสามารถวิ่งไป-มาได้ทุกวัน มีการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและการเข้ามาบริหารงานของรัฐบาลใหม่เมียนมา ล้วนเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้มูลค่าการค้าชายแดนเพิ่มขึ้น
“หากมีการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 แล้วเสร็จ คาดว่ามูลค่าการค้าชายแดนจะเพิ่มสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว” นายด่านศุลกากรแม่สอด กล่าว
ไม่เพียงแต่แม่สอด แต่ลงมาทางด้านใต้ที่ อ.พบพระ จ.ตาก ตรงข้ามบ้านวาเล่ย์ ในฝั่งเมียนมา เขตอิทธิพลของกลุ่มกะเหรี่ยงโก๊ะทูบลอก็กำลังเร่งพัฒนาเช่นกัน
ประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอพบพระ จ.ตาก กล่าวว่า รัฐบาลเมียนมามีนโยบายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานไฟฟ้าครั้งใหญ่ ที่ อ.วาเล่ย์ใหม่ ตรงข้ามบ้าน วาเล่ย์ หมู่ 3 ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ ซึ่งเป็นจุดผ่อนปรนเพื่อค้าขายและการท่องเที่ยวชายแดน
ล่าสุด ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) วาเล่ย์ ได้ให้การต้อนรับ เค่หม่อซ่อ นายอำเภอเมียวดี จังหวัดเมียวดี และ พ.ต.ท.เต่โมวโท หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรวาเล่ย์ใหม่ ซึ่งเข้ามาสำรวจเส้นทางการค้า-การท่องเที่ยว และเตรียมความพร้อมพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานก่อสร้างโรงงานและพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ อ.วาเล่ย์ใหม่
ทั้งนี้ พล.ต.มูเซ่ ผู้บัญชาการกองกำลังทหารกะเหรี่ยงโก๊ะทูบลอ ได้เสนอโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าผ่านอองซานซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมา ในฐานะที่ พล.ต.มูเซ่ สนิทสนมคุ้นเคยกับอองซานซูจีมาก่อน ซึ่งคาดว่าโครงการพัฒนาต่างๆ ในพื้นที่กองกำลังโก๊ะทูบลอน่าจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเมียนมาด้วยดี
ก่อนหน้านี้ หน่วยงานท้องถิ่นของไทยและกลุ่มกะเหรี่ยงได้มีข้อตกลงกันว่าให้รถยนต์ของไทยใช้เส้นทางในพื้นที่ของโก๊ะทูบลอ เพื่อเดินทางไปยัง อ.อุ้มผาง จ.ตาก ซึ่งมีความลาดชัน คดโค้ง และสั้นกว่าการเดินทางผ่านถนนในเขตไทย ซึ่งคาดว่าชายแดน อ.พบพระ น่าจะพัฒนาเป็นพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวได้อีกจุดหนึ่ง







